มิติสังคม

พีทีจี มุ่งดำเนินกิจกรรมอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านกิจกรรมที่จัดทำขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) และให้ความสำคัญในการดูแลพนักงาน พัฒนาศักยภาพของพนักงาน เสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์ เพื่อรองรับกับกลยุทธ์ของบริษัทในด้านต่าง ๆ

สิทธิมนุษยชน

การบริหารทรัพยากรบุคคล

ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน

การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม


สิทธิมนุษยชน

พีทีจี มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีจริยธรรม เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม สนับสนุนในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท

แนวทางบริหารจัดการ

นโยบายสิทธิมนุษยชน

พีทีจี ยึดมั่นและปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนได้นำแนวทางหลักการขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (United Nations Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ข้อตกลงประชาคมโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nation Global Compact : UNGC) รวมถึงหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมสิทธิพนักงาน สิทธิคู่ค้า สิทธิลูกค้า และสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โครงการสำคัญปี 2563

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

พีทีจี มีการบริหารจัดการประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนให้แก่ พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนที่บริษัทดำเนินการเป็นพิเศษ โดยจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตามกรอบเวลาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมมาตรการในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และมาตรการเยียวยาแก่ผู้เสียหายซึ่งได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของลูกค้า

ความเสี่ยงที่อาจเกิดการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้า
1. จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2. กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
3. มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า ผ่านช่องทาง Facebook, Call Center 1614 และ Email
4. จัดให้มีการสื่อสารกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พนักงานในองค์กร

การใช้แรงงานผิดกฎหมาย

ความเสี่ยงจากการที่พนักงานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เช่น ทำงานเกินเวลา จ้างแรงงานเด็ก
1. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน เพื่อสื่อสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
2. จัดอบรมให้พนักงานในแต่ละภูมิภาค
3. ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
4. ประกาศคำสั่งห้ามรับแรงงานเด็กในสาขาสถานีบริการ
5. มีช่องทางในการให้พนักงานแจ้งข้อร้องเรียน และปรึกษาข้อมูลผ่านช่องทาง Line ,Email และ Hotline
6. มีการสื่อสารการปฏิบัติตามกฏหมายแรงงานผ่านคู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณของธุรกิจและ จรรยาบรรณของพนักงาน
7. มีกระบวนการรับฟังความเห็นของพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการทุกไตรมาส

ความปลอดภัยของพนักงาน

ความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ และโรคจากการทำงาน ทำให้พนักงานได้รับอันตราย
1. ให้ความรู้การทำงานอย่างปลอดภัยแก่พนักงาน รวมถึงจัดทำแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
2. มีการซ้อมแผนฉุกเฉิน ซ้อมดับเพลิง และอพยพหนีไฟ
3. มีการวิเคราะห์อุบัติเหตุ และวางแผนวิธีป้องกันและติดตามการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน การเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงาน
4. จัดกิจกรรม/โครงการ กระตุ้น และรณรงค์ลดอุบัติเหตุ เช่น โครงการ ขับขี่ปลอดภัยสไตล์ PT โครงการ PT, PTC Safety Station Center โครงการ Safety News, Safety Talk โครงการหนึ่งข้อเสนอแนะ หนึ่งความปลอดภัย และประกวดกิจกรรมคำขวัญความปลอดภัย
5. ตรวจสอบความพร้อมของร่างกายพนักงานก่อนการปฏิบัติงาน
6. จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
7. จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานเป็นประจำทุกปีตามปัจจัยเสี่ยง
8. จัดทำแนวปฏิบัติในการดูแลลูกค้าและสถานีบริการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สุขภาพ ความปลอดภัย ของคู่ค้าและผู้รับเหมา

ความเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุในที่ทำงาน และการเจ็บป่วยจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
1. การสื่อสารแนวปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้ผู้รับเหมาได้รับทราบ
2. มีการตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานตามกำหนดเวลา
3. ให้ความรู้เกี่ยวกับงานความปลอดภัยแก่ผู้รับเหมาก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
4. แบ่งปันประสบการณ์ (Knowledge Sharing) เรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้แก่คู่ค้า
5. สื่อสารจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)
6. ตรวจประเมินคู่ค้าด้านความยั่งยืน (ESG Audit - On Site Visit) สำหรับคู่ค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด

มาตรการเยียวยา กรณีเกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน

พีทีจี มีการทบทวนรายละเอียดของนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และยังได้จัดเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากกิจกรรมของบริษัท ในรูปแบบต่างๆ เช่น การรักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน การชำระค่าเสียหายแก่ชุมชนใกล้เคียง และการติดตามดูแลบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บจากกิจกรรมของบริษัทจนกว่าจะหายเป็นปกติ


การบริหารทรัพยากรบุคคล

การดูแลพนักงานถือเป็นอีกหนึ่่งภารกิจที่ พีทีจี ให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการประกอบกิจการด้วยความดููแลเอาใจใส่ พัฒนา การยกระดับทักษะและศักยภาพของบุุคลากรทุุกระดับให้ครอบคลุุมเชื่่อมโยงกับเป้าหมายและกลยุุทธ์ขององค์กร เพื่่อให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ

1.

การสร้างวัฒนธรรมองค์กร

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถส่งเสริมพฤติกรรม และวิถีการทำงานของพนักงานที่สนับสนุุนเป้าหมายองค์กรในระยะยาว เกิดเป็นบรรยากาศทำงานที่่ส่งเสริมภาพรวม เป็นสิ่่งที่่บริษัทให้ความสำคัญ ในปี 2563 เป็นอีกหนึ่่งปีสำคัญที่่ทางองค์กรได้ปรับเปลี่่ยนวิสัยทัศน์ และพันธกิจใหม่ เพื่่อให้สอดคล้องไปกับธีมกลยุุทธ์ “อยู่ดี มีสุุข” ซึ่่งจะเป็นตัวกำกับทิศทางในการหาธุุรกิจใหม่ให้กับองค์กร ดังนั้้น ค่านิยมองค์กรจึงจำเป็นต้องยกระดับเพื่่อให้สอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ด้วยเช่นกัน

B Breakthrough the Limit
(ทลายทุกข้อจำกัด ก้าวข้ามอุปสรรค)

E Embrace Empathy
(มองเห็นใจของคนอื่น ใส่ใจทุกความต้องการ)

S Succeed Together
(เชื่อมต่อทุกคุณค่า สร้างความสำเร็จไปด้วยกัน)

T Cultivate Trust
(เติมเต็มความไว้วางใจซึ่งกันและกัน)

2.

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

พีทีจี บริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสม มีการสำรวจเปรียบเทียบการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานภายในกับภายนอกองค์กร เพื่่อให้สามารถแข่งขันได้ และสร้างความเป็นธรรมทั้้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่่อรักษาและสร้างแรงจููงใจให้กับพนักงาน

2.3 การบริหารสวัสดิการ

บริษัทมีการเลือกตั้้ง คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการเป็นตัวแทนของลููกจ้าง ทั้้งในส่่วนของพื้้นที่่ปฏิบัติการ และสำนักงานใหญ่และส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มกันหารือกับองค์กรในการคิดและเสนอแนะสวัสดิการที่่ดีให้กับพนักงานในองค์กร

3.

การสรรหาบุคลากร

พีทีจี ให้ความสำคัญในการเพิ่มช่องทางการสรรหา และคัดเลือกบุุคลากรที่เหมาะสม และมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น การร่วมมือกับสำนักงานจัดหางานประจำจังหวัดต่างๆ ในการสรรหาบุุคลากร เพื่่อรองรับการขยายธุุรกิจของบริษัทในพื้้นที่่นั้นๆ เช่น สรรหาบุุคลากรที่่อาศัยอยู่ในพื้้นที่่ซึ่งเป็นที่่ตั้้งของสถานีบริการ เพื่่อเป็นการสร้างงานให้กับชุุมชน และเปิดโอกาสให้บุุคลากรได้อาศัยอยู่กับครอบครัว อีกทั้้ง ส่งเสริมให้มีบุคลากรที่่ได้รับการคัดเลือกเข้ามามีใจรักในการให้บริการลููกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Service Mind)

4.

การพัฒนาศักยภาพพนักงาน

พีทีจี ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุุคคล เพื่่อเตรียมความพร้อมของบุุคลากรให้ทันต่อการเปลี่่ยนแปลง และประเด็นท้าทายทางธุุรกิจที่่บริษัทเผชิญอยู่ ปรับปรุุงระบบบริหารและระบบการพัฒนาบุุคลากรเพื่่อรองรับการขยายตัวของธุุรกิจ รวมถึงการส่่งเสริมความเชี่่ยวชาญในงาน และเพิ่่มทักษะความรู้ต่างๆ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมแก่บุคลากรทั้้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายสนับสนุุน ตลอดจนส่งเสริมบุคลากรที่่มีศักยภาพสููงได้มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่่การงานเติบโตไปพร้อมๆ กับความสำเร็จองค์กร

5.

การประเมินผลงาน

พีทีจี มุ่งมั่นยกระดับและพัฒนา “ระบบการบริหารผลการปฎิบัติงาน” (Performance Management System : PMS) เพื่อบรรลุุผลเป้าหมายที่ตั้งไว้ในทุุกปีของการดำเนินธุุรกิจ โดยแบ่งการประเมินผลออกเป็น 3 ส่วน

Corporate KPI
ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานระดับองค์กร

Function KPI
วัดผลการปฏิบัติงานเป็นรายตำแหน่งหรือรายบุคคล

Expectation Behavior
ประเมินพฤติกรรมตามค่านิยมองค์กร โดยบริษัทได้นำค่านิยมองค์กรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงาน ค่านิยมอันดี ส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้้น ทั้งยังสนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ตั้งไว้

6.

การสร้างความผูกพันองค์กร

พีทีจี ได้จัดทำแบบสำรวจความผููกพันองค์กรของพนักงานเป็นประจำทุกปีเพื่อตรวจสอบความรู้สึก ทัศนคติและสิ่งที่่พนักงานเสนอแนะให้องค์กรปรับปรุุงในแง่มุ่มต่างๆ ทั้้งนี้้ องค์กร และหัวหน้างานจะดึงประเด็นที่่มีนัยสำคัญจากผลสำรวจมาพัฒนาเพื่่อเพิ่่มความผููกพันองค์กรต่อไป

โครงการสำคัญปี 2563

1.

Flexi Place

บริษัทได้ออกแนวทางปฏิบัติการทำงานนอกสถานที่หรือ Flexi Place เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัยจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเพื่อให้พนักงานสามารถจัดสมดุุลระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง แนวทางปฏิบัตินี้้ ยังช่วยส่่งเสริมเรื่่องการมอบหมายอำนาจ ความไว้วางใจ และความรับผิดชอบทั้้งของหัวหน้างานและพนักงานด้วยเช่นกัน

2.

โครงการ Happy Money, Happy Retirement Challenge

บริษัทได้จัดโครงการเกี่่ยวกับการส่งเสริมให้พนักงานได้รู้จัก การเก็บออม บริหารหนี้สิน และลงทุนเพื่่อให้เกิดผลตอบแทน มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เมื่อถึงเวลาเกษียณ พนักงานจะยังมีทุนรอนในการที่่จะสามารถนำไปใช้ได้อย่างไม่ขัดสน โดยบริษัทได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ในการที่่จะจัดหาสื่อให้ความรู้และสนับสนุนวิทยากรในการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานที่่สนใจเข้าร่วมโครงการ


ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน

พีทีจี ดําเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงความสําคัญด้านความปลอดภัย และได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยของบริษัท โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิบัติงานของพนักงานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตัวพนักงานเองและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีการจัดทําคู่มือปฏิบัติงาน และคู่มือวิธีป้องกันภัย รวมถึงการให้ความรู้และการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินต่างๆ ให้แก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอก

แนวทางการบริหารจัดการ

พีทีจี ได้จัดทําแผนพัฒนาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานขององค์กรเป็นประจําทุกปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทําการพิจารณาทบทวนระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สังคมที่มีอยู่ให้มีความสอดคล้องกับสถานภาพปัจจุบันของบริษัท นอกจากนี้ บริษัท ยังมีการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยในการทํางานแก่พนักงานทุกระดับตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยแก่บุคคลภายนอกองค์กรด้วย เช่น ชุมชน สถานศึกษา เป็นต้น

โครงการสำคัญปี 2563

1.

โครงการ หนึ่งข้อเสนอแนะ หนึ่งความปลอดภัย (One Suggestion One More Safety)

โครงการที่ทําให้พนักงานสามารถค้นหาความเสี่ยง และป้องกันอันตรายที่อาจจะทําให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยการเลือกส่งข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยพร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อนำไปปรับใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการความปลอดภัย

2.

โครงการ Safety News และ Safety Talk

โครงการจัดทําข่าวสารความปลอดภัยเพื่อปลูกจิตสํานึกและเพิ่มความตระหนักให้พนักงานเห็นความสําคัญด้านความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นซึ่งจัดทําทุกเดือนเพื่อสื่อสารข่าวสารด้านความปลอดภัยจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร

3.

โครงการ Safe Life Safe Riding ขับขี่ปลอดภัยสไตล์ PT

บริษัทจัดโครงการ Safe Life Safe Riding ขับขี่ปลอดภัยสไตล์ PT เพื่อปลูกฝังจิตสํานึกความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยการเข้าถึงกลุ่มพนักงานที่มีความเสี่ยงในเรื่องการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มีความเข้าใจในการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย


การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม

พีทีจี เชื่อว่าการดําเนินธุรกิจให้ยั่งยืนต้องรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในทุก ๆ ส่วน ทั้งภายในและภายนอกบริษัท บริษัทจึงมุ่งมั่นในการดําเนินธุรกิจโดยให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนมาโดยตลอด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และสังคมให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตของบริษัท

แนวทางการบริหารจัดการ

การปฏิบัติงานตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนของบริษัทมีการนําหลักการจากนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals :SDGs) มาใช้เป็นแนวทางในการดําเนินงานผ่านกิจกรรมต่างๆที่จัดทําขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยมุ่งแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของชุมชน โดยคํานึงถึงผลกระทบที่ชุมชนจะได้รับจากการดําเนินธุรกิจของบริษัทเป็นหลักเพื่อนําไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

โครงการสำคัญปี 2563

1.

โครงการ "ค่ายอาสา PT ทําจริง ไม่ทิ้งกัน"

ในปี 2563 บริษัทได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การส่งเสริมสุขภาพอนามัย การพัฒนาด้านความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และการปรับปรุงพื้นที่ในชุมชนให้เป็นพื้นที่สีเขียว จํานวน 2 ครั้ง ได้แก่ 1.ชาวชุมชนบ้านโกรกหว้าและชุมชนบ้านดอน และ 2. ชาวชุมชนบ้านวังน้ำเขียว

2.

โครงการพัฒนาด้านอาชีพ

• โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ: บริษัทได้เล็งเห็นความสําคัญต่อคนพิการ เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ โดยมุ่งการเสริมสร้างสมรรถภาพความสามารถที่มีอยู่เดิม พัฒนาศักยภาพ และทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้

• โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ: บริษัทมีนโยบายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีงานทําในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ และสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยจ้างงานผู้สูงอายุเข้ามาทํางานในสถานประกอบการ

3.

โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ

• โครงการสร้างฝายชลประทาน: บริษัทได้จัดโครงการสร้างฝายชลประทาน ณ หมู่บ้านท่าสี ตําบลบ้านดง อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง โดยมีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างบริษัทและชุมชน

• โครงการ คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ: บริษัทได้ช่วยเหลือชุมชนในการวางระบบ I-VEIR สําหรับวัดปริมาณคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ป่าชุมชน จังหวัดเชียงราย พะเยา และแม่ฮ่องสอน

4.

โครงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

• โครงการ พีที ตู้ปันสุข ปันน้ำใจ: โครงการติดตั้งตู้แห่งการแบ่งปันเพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งมอบสินค้าเพื่อการอุปโภค และบริโภคที่จําเป็น โดยบริษัทมุ่งที่จะช่วยเหลือ สังคม ประชาชนคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานีบริการ LPG ของ PT

• โครงการ PT LPG “เพื่อแท็กซี่ สู้วิกฤต”: บริษัทดําเนินโครงการส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนในการประกอบอาชีพและการดํารงชีวิตของผู้ขับรถแท็กซี่ด้วยการมอบคูปองส่วนลดพิเศษมูลค่ารวม 1,100 บาท ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดต้นทุนเชื้อเพลิงแก๊ส น้ำมัน ค่าน้ำมันเครื่องยนต์ ค่าก๊าซหุงต้ม


Loading...