มิติด้านสังคม

การบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัทถือว่าบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นเสมอว่าการเจริญเติบโตขององค์กรขึ้นอยู่กับบุคลากรที่มีคุณภาพ ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดยครอบคลุม ในเรื่องของการดูแลพนักงาน การพัฒนาศักยภาพ การสร้างแรงจูงใจและความผูกพันของพนักงาน การปลูกฝั่งค่านิยมองค์กร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมในองค์กร ตลอดจนการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน

การสร้างวัฒนธรรมองค์กร

สำหรับบริษัท นอกจากรายได้ ความมั่นคง การเติบโตในเส้นทางอาชีพแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญในการสร้างค่านิยม ปลูกฝังความคิด ส่งเสริมวิถีปฏิบัติ ที่นำมาซึ่งผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน อันจะนำมาซึ่งรากฐานและเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการทำงานที่ดีในองค์กรให้กับพนักงานอีกด้วย โดยบริษัททำการสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมองค์กรทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อที่ว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจอยากร่วมงานกับเราในอนาคตมีความเข้าใจในค่านิยมองค์กรของ พีทีจี เอ็นเนอยี ด้วยเช่นกัน

PTG Way (CTIC) คือค่านิยมองค์กรของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ประกอบไปด้วย 4 ตัว

Customer Service: คุณภาพเต็มที่ บริการเต็มพลัง

Teamwork: ก้าวไปดวยกัน เพื่อความผูกพันที่ยั่งยืน

Integrity & Ethics: ทำทุกสิ่งให้ถูกต้อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

Continuous Improvement: กล้าคิด กล้าทำ เรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ

ค่านิยมทั้ง 4 จะช่วยส่งเสริมให้การทำงานภายในองค์กรที่มีความแตกต่างหลากหลายทั้งในด้านวัย เพศ ศาสนาและวัฒนธรรม สามารถดำเนินธุรกิจและเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การดูแลพนักงาน

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

บริษัทกำหนดนโยบายการจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานในอัตราที่เหมาะสม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยดำเนินการ ดังนี้

บริษัทมีนโยบายเน้นการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงานที่ทำได้ (Pay for Performance) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารค่าตอบแทนในยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นการกระตุ้นจูงใจให้พนักงานในองค์กรสร้างผลงานมีการกำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัดในการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีการจ่ายค่าตอบแทนจูงใจระยะในรูปแบบที่หลากหลายให้เหมาะสมตามลักษณะงานที่พนักงานรับผิดชอบ เช่น โบนัสประจำปี (Annual Bonus) เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายในการสร้างการบริการที่ดีต่อลูกค้า โดยจัดให้มีการสุ่มตรวจสอบการบริการจาก Mystery Shopper เพื่อวัดมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้า ดังนั้น จึงกำหนดให้มีเงินรางวัลจูงใจ หรือเงินรางวัลตามผลการปฏิบัติงาน (Incentive for Performance) สำหรับพนักงานที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี

บริษัทมีนโยบายในการจูงใจรักษาพนักงานให้สร้างผลงานให้กับองค์กรในระยะยาว ผ่านการให้สิทธิในการซื้อหุ้นบริษัทในราคาที่กำหนด (Stock Option) ที่พนักงานจะได้รับคือ หากบริษัทมีผลกำไรมากเท่าใดพนักงานที่ถือหุ้นของบริษัทก็จะมีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นจากมูลค่าหุ้น ผลกำไรต่อหุ้น และเงินปันผลที่มากขึ้นทุกปีตามผลประกอบการของบริษัทที่สูงขึ้นทุกปี รวมถึงการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด และประกันสังคม อีกทั้งการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นหลักประกันทางการเงินช่วยสนับสนุนให้มีการวางแผนสำหรับการออมระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานในยามเกษียณในเรื่องของผลตอบแทน

บริษัทมีนโยบายที่จะดูแลให้พนักงานมีสุขภาพอนามัยที่ดี ทั้งในส่วนของการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเพิ่มโปรแกรมการตรวจสุขภาพให้กับบุคลากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มที่สัมผัสกับน้ำมัน และสารเคม ฯลฯ การประกันสุขภาพ การประกันชีวิต ซึ่งมากกว่าสวัสดิการการรักษาพยาบาลของประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีสถานที่สำหรับออกกำลังกาย พร้อมกับสนับสนุนเครื่องออกกำลังกายเพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมปฏิบัติงานให้บริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างบรรยากาศที่ที่ดีในการทำงาน

นอกจากนี้ บริษัทมีหน่วยงานพนักงานสัมพันธ์และสื่อสารภายใน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับบุคลากร (Employer Employee Relationships) ซึ่งนำไปสู่การสร้างผลผลิตที่น่าพึงพอใจ(Satisfactory Productivity) สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ตลอดจนขวัญกำลังใจ (Morale) โดยได้นำเครื่องมือสร้างสุขของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาใช้สร้างความสุขในการทำงานของพนักงาน เพราะเชื่อว่าเมื่อบุคลากรมีความสุขในการทำงาน ผลงานย่อมมีประสิทธิภาพตามความสุขของการทำงานด้วย

เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติทางด้านแรงงานต่อบุคคลทุกคน บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนและแรงงาน เพื่อปฏิบัติต่อคนทุกคนอย่างเท่าเทียมพร้อมทั้งจะสนับสนุน ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งจะปฏิบัติต่อพนักงานเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมนอกจากนี้ บริษัทได้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจ มิได้มีส่วนร่วมหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และจัดให้มีช่องทางภายในสำหรับพนักงาน เช่น คณะกรรมการสวัสดิการ กล่องรับความคิดเห็นพนักงาน และช่องทางสำหรับบุคคลภายนอก เช่นเว็บไซต์ของบริษัท โทรศัพท์ และจดหมาย เป็นต้น

บริษัทยังได้ให้ความสำคัญในเพิ่มช่องทางการสรรหา และคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม และมีศักยภาพเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เช่น การร่วมมือกับสำนักงานจัดหางานประจำจังหวัดต่างๆ ในการสรรหาบุคลากร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในพื้นที่นั้นๆ เช่น สรรหาบุคลากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีบริการ เพื่อเป็นการสร้างงานให้กับชุมชน และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้อาศัยอยู่กับครอบครัว อีกทั้งส่งเสริมให้มีบุคลากรที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามา มีใจรักในการให้บริการลูกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Service Mind)

การพัฒนาศักยภาพ

บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและประเด็นท้าทายทางธุรกิจที่บริษัทเผชิญอยู่ ปรับปรุงระบบบริหาร และระบบการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ รวมถึงการส่งเสริมความเชี่ยวชาญในงาน และเพิ่มทักษะความรู้ต่างๆ

โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมแก่บุคลากรทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายสนับสนุน ตลอดจนส่งเสริมบุคลากรที่มีศักยภาพสูงได้มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานเติบโตไปพร้อมๆ กับความสำเร็จองค์กร โดยบริษัทได้แบ่งการพัฒนาเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหาร และกลุ่มบุคลากรที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการคัดเลือกประเมินศักยภาพ และจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ

สำหรับการเรียนรู้ของบุคลากรภายในองค์กร ได้กำหนดแผนการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรไว้อย่างชัดเจน และเป็นระบบเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้บริหาร และบุคลากรได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตการทำงานซึ่งจะเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าขององค์กร ด้วยความเชื่อมั่นในพลังแห่งการเรียนรู้จะเป็นประตูสู่โอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยบริษัทเปิดกว้างให้บุคลากรทุกระดับได้รับโอกาสเรียนรู้ตลอดเวลา ผ่านกลุ่มหลักสูตรต่างๆ ดังนี้

  • 1. ฝึกอบรมโดยมีค่านิยมหลักขององค์กรเป็นพื้นฐาน

    เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจหลักการ แนวคิด และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กร
  • 2. ฝึกอบรมความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานให้กับพนักงานใหม่ทุกคน (On Boarding Program)

    เพื่อให้พนักงานใหม่เกิดความเข้าใจ และสามารถปฎิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐาน และกฎระเบียบของบริษัท
  • 3. ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้เฉพาะด้าน

    เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานของพนักงานให้มีความชำนาญ เช่น หลักสูตรมาตรฐานการบริการ หลักสูตรเตรียมความพร้อมผู้จัดการสถานีบริการ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการปฎิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • 4. ฝึกอบรมพัฒนาด้านการบริหารคน งาน เพื่อพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมการเป็นผู้นำ

    การพัฒนาทักษะทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมต่างๆ เช่น หลักสูตร Problem Solving & Decision Making, หลักสูตร Improving Leadership Skill เป็นต้น
  • 5. ดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่มุ่งเน้นในการบริหารจัดการ

    การทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ PTG Academy on Tour กิจกรรม Sharing Inspiration
  • 6. ฝึกอบรมในรูปแบบ Self-learning

    ตั้งแต่ระดับบุคลากร จนถึงระดับผู้บริหาร ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ “Your Next YOU by SEAC” ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่พนักงานสามารถเลือกเรียนได้ตามแนวทางที่ถนัด และเลือกกำหนดรูปแบบและหลักสูตรการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง (Personalized Learning) เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง (Speed of Change) สามารถพัฒนาทักษะใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

เพื่อบรรลุผลเป้าหมายที่ตั้งไว้ในทุกปีของการดำเนินธุรกิจ บริษัทมุ่งมั่นยกระดับและพัฒนา “ระบบการบริหารผลการปฎิบัติงาน” (Performance Management System :PMS) นับตั้งแต่ ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  • 1. Corporate KPI

    ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานระดับองค์กร
  • 2. Function KPI

    วัดผลการปฏิบัติงานเป็นรายตำแหน่งหรือรายบุคคล
  • 3. PTG WAY (CTIC)

    วัฒนธรรมองค์กร โดยบริษัท ได้นำวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมองค์กรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ค่านิยมอันดีส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ตั้งไว้

การสร้างความผูกพันของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญในการรักษาพนักงานทั้งในส่วนภูมิภาค และสำนักงานใหญ่โดยเท่าเทียมกัน และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนการทำงานด้วยความร่วมกันทำงาน อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพขององค์กร และผลงานของพนักงาน บริษัทจึงมีการดำเนินกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา PT โดยการจัดให้มีการลงพื้นที่หน้างาน อันได้แก่ สถานีบริการและคลังน้ำมัน ในส่วนภูมิภาค เพื่อทำการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานทั้งในด้านสถานที่พักผ่อน อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ รวมถึงพื้นที่การปฏิบัติงาน มีกำหนดการดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 ถึง ธันวาคม 2562 เพื่อเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อกัน และกับองค์กร

การพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปความรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน โดยถือว่าชุมชนนั้นเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่รอบสถานประกอบการของบริษัท บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ตลอดจนความปลอดภัยของชุมชน และการสนับสนุนทางด้านการศึกษาแก่เยาวชน อาทิ การสนับสนุนทุนการศึกษาอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน เสริมทักษะเพื่อการเรียนรู้ต่างๆ แก่โรงเรียน การปรับปรุง หรือซ่อมแซมอาคารโรงเรียน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เพื่อเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และสังคมให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตของบริษัท

แบ่งปันโอกาส...พัฒนาอาชีพ

1. โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ

กลุ่มบริษัทร่วมกับสมาคมคนพิการภาคตะวันออก จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ เพื่อช่วยส่งเสริมการมีอาชีพให้กับคนพิการ สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ จึงได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการโดยมีแนวทางการดำเนินการ 2 แบบ ดังนี้

  • 1. การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ บริษัทได้มีการจ้างคนพิการ จำนวน ทั้งสิ้น 8 ราย ดังนี้

    - บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ราย ได้ ตำแหน่งพนักงานขับรถและพนักงานประจำสำนักงาน

    - บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 19 ราย ได้แก่ พนักงานหน้าลานเติมน้ำมัน และพนักงานบริการนวด ที่ประจำ Max camp

  • 2. การฝึกอบรมอาชีพมาตรา 35 พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2535 จำนวน 98 คน

1.1 โครงการฝึกงานหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้า ระยะเวลา 609 ชั่วโมง

บริษัทได้สนับสนุนให้มีโครงการพัฒนาอาชีพให้กับผู้พิการเป็นการสร้างทักษะและความรู้ เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกงาน สามารถทำงานนำความรู้ที่ได้จากฝึกงาน ฝึกอบรม นำความรู้ไปสมัครเข้าในทำงานในโรงงาน บริษัท ห้างร้าน หรือนำความรู้ ความสามารถกลับไปประกอบอาชีพอิสระในชุมชนที่อยู่อาศัยได้ โดยเมื่อจบการฝึกงานผู้เข้าฝึกงานจะมีความสามารถมากมาย อาทิ การเรียนรู้หลักการทำงาน และ การป้องกันอันตรายจากการทำงาน, ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอุปกรณ์และจักรเย็บผ้า, การใช้งานและบำรุงรักษาจักรเบื้องต้น, การออกแบบและตัดเย็บ เสื้อ กระโปรง กางเกง ถุงผ้า เป็นต้น อีกทั้งเมื่อจบหลักสูตรแล้วจะได้รับจักรเย็บผ้าและอุปกรณ์เพื่อนำไปประกอบอาชีพ

1.2 โครงการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพโดยพนักงานที่พิการทางสายตา

บริษัทได้จ้างพนักงานประจำที่พิการทางสายตา ที่ได้ผ่านการฝึกอบรม และได้รับใบประกาศนียบัตรที่รับรองการนวด เพื่อเป็นการสร้างรายได้ ให้โอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้พิการทางสายตา มาให้บริการนวดเพื่อสุขภาพกับลูกค้าที่มาแวะพักใช้บริการที่สถานีบริการ โดยสาขาแรกที่ได้ดำเนินการไป คือ สถานีบริการน้ำมันพีทีสาขาสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเพิ่มเติมอีกสาขาได้แก่ สถานีบริการพีทีเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ใน “PT MAX CAMP” ที่พักรถครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตร PT MAX CARD

2. โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

บริษัทมีนโยบายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีงานทำในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ และสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยจ้างงานผู้สูงอายุเข้ามาทำงานในสถานประกอบการของบริษัท ได้แก่ สำนักงานใหญ่ สถานีบริการ คลังน้ำมัน และธุรกิจขนส่งน้ำมัน เป็นต้น

แบ่งปันความรู้สู่สังคม...พัฒนาความปลอดภัยให้ชุมชน

1. กิจรรม SAFETY WEEK PT Station 2019 ตอน PT เชื่อมไทย บริการด้วยใจ ปลอดภัยไปด้วยกัน

บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของพนักงานให้เป็นนิสัย ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องการทำงานที่ปลอดภัยแก่พนักงาน และรณรงค์ ส่งเสริมกระตุ้นจิตสำนึกของบริษัทให้ ตระหนักว่า “ความปลอดภัยของพนักงานเป็นความรับผิดชอบของบริษัท” โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 317 คน แบ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นักเรียนโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคม พนักงานบริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และพนักงานบริษัทเอกชนภายนอก

2. โครงการสอนน้องดับเพลิง

“โครงการสอนน้องดับเพลิง” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีวิทยากรของฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของบริษัท เข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ ฝึกอบรม และให้คำแนะนำกับสถานศึกษา ชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ และในปี 2562 นี้บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมสอนน้องดับเพลิง จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (19 เมษายน 62), วิทยาลัยเทคนิค ปักธงชัย(28 พฤษภาคม 62), วิทยาลัยเทคนิคหนองแค(24 กรกฎาคม 62) เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันและระงับอัคคีภัยขั้นต้น และสามารถนำไปปฏิบัติ แก้ไขเหตุการณ์เมื่อประสบภัยได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

แบ่งปันความสุข...พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

โครงการ พีที รวมพลัง ร่วมใจ สร้างสุข เพื่อน้อง ปีที่ 3

บริษัท น้อมนำแนวทางการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดช่วงการศึกษา โดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหาร ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้านการทำการเกษตร ด้านอาหารโภชนาการ และสุขภาพอนามัย อีกทั้งยัง ช่วย ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันกับการเรียนการสอนในหลักสูตร

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เป็นผู้นำด้านการให้บริการด้านพลังงานโดยเน้นการพัฒนาคุณภาพความปลอดภัยสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม จึงได้กำหนดนโยบายคุณภาพ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • 1) มุ่งมั่นให้มีการบริหารคุณภาพทั่วทั้งบริษัท ในการจัดจำหน่ายสินค้า และบริการที่ตรงตามข้อกำหนด เพื่อเพิ่มความพึงพอใจ โดยการตอบสนองความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า
  • 2) มุ่งมั่นบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องตามกฎหมาย รวมทั้งข้อกำหนด และมาตรฐานสากลอื่นๆ ที่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยของผู้ปฏิบัติงาน
  • 3) มุ่งมั่นในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง
  • 4) บริหารองค์กรด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ และป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน และชุมชน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

การปฏิบัติการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม

ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย เป็นเรื่องที่ทุกคนในองค์กรนับตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกระดับต้องมีความเข้าใจ ให้ความสำคัญ และมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังเพื่อให้เรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน การป้องกันอันตราย อยู่ในจิตสำนึกและหยั่งลึกไปถึงพฤติกรรมจนเป็นวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยของบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำแผนพัฒนา ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานขององค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ ประสบผลสำเร็จอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานทุกระดับของบริษัทมีความปลอดภัยในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาทบทวนระบบการจัดการ อาชีวอนามัย และความปลอดภัยที่มีอยู่ เพื่อให้ทราบสถานภาพปัจจุบันขององค์กร มีการกำหนดนโยบาย และมอบหมายให้มีการดำเนินการตามนโยบายได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม และมีความสามารถปฏิบัติตามหน้าที่ ความรับผิดชอบรวมทั้งส่งเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการจัดการผ่านกระบวนการจัดทำแผนที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ ชัดเจน เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ถูกต้องทั้งด้านงบประมาณและบุคลากร รวมทั้งการแปลงแผนงานสู่การปฏิบัติและ การตรวจติดตามประเมินผล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทมีหน่วยงานดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ ซึ่งจะดูแลเรื่องความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม โดยจะทำหน้าที่วิเคราะห์ และตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงานปฏิบัติงาน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน และคู่มือวิธีป้องกันภัย รวมถึงการให้ความรู้ และการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินให้แก่บุคลากรในองค์กร และบุคคลภายนอก โดยการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการกู้ภัยฉุกเฉินเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่อง

การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

ในปี 2562 บริษัทได้จัดอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 7,242 คน โดยหลักสูตรจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 หมวด ดังนี้

  • 1. หลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
  • 2. หลักสูตรการป้องกันและระงับอัคคีภัย
  • 3. หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 4. หลักสูตรเกี่ยวเนื่องด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

กิจกรรมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานีบริการ

บริษัทเห็นความสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ ผลักดัน และสนันสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานีบริการของผู้จัดการสาขาและพนักงานให้มีความต่อเนื่อง ยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ซึ่งแนวทางการจัดกิจกรรมการส่งข้อมูลการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยจากการเข้าตรวจ ตลอดจนการปฏิบัติงานตามหลักความปลอดภัยของพนักงานหน้าลาน ทางส่วนความปลอดภัยรวบรวมข้อมูลของสถานีที่มีการส่งแก้ไขปัญหาจากการเข้าตรวจ ซึ่งการมอบของรางวัลใช้การสุ่มข้อมูลจาก Ticket สถานีที่ส่งมาแก้ไขในเว็บไซต์ Safety PTC Service

กิจกรรม หนึ่งข้อเสนอแนะ หนึ่งความปลอดภัย (One Suggestion One More Safety)

กิจกรรมค้นหาความเสี่ยงในการฏิบัติงานและป้องกันอันตรายที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพื่อให้พนักงานสามารถค้นหาถึงความเสี่ยง และป้องกันความเป็นอันตรายที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น และเพื่อให้พนักงานทุกคนมีความตระหนักในด้านความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง โดยเสนอแนะสภาพปัจจุบันที่พบปัญหา และเสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา มีการแบ่งประเภทของข้อเสนอแนะออกเป็น 4 ประเภท คือเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย สุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ และสภาพการทำงาน

แนวทางในการดำเนินการลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ

  • 1. กิจกรรม ขับขี่ปลอดภัย….ด้วยหัวใจสีเขียวในปี 2563

    เป็นการมุ่งเน้นดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่สำคัญคือ พนักงานหน้าลาน ซึ่งจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจ ปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัยให้เหมาะสม และให้มีพนักงานเป็นตัวแทนในการขยายผลสู่สถานีบริการ และสถานีข้างเคียง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในการดำเนินชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคต ที่จะแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างตรงจุด คือ การให้ความรู้ควบคู่ไปกับการฝึกขับขี่อย่างปลอดภัย
  • 2. กิจกรรม การประกวดแผนงานความปลอดภัยฯ Safety Max

    เป็นจัดทำแผนการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในสถานีบริการอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยง และให้มีการพัฒนามาตรการลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย โดยอาศัยผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยฯที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในสายงานด้านความปลอดภัยให้มีแนวความคิดที่ร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย
  • 3. กิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign 2020)

    เป็นกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการมีความมุ่งมั่นในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยการลดสถิติการประสบอันตรายในสถานประกอบกิจการให้เป็นศูนย์ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อแรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี

มิติด้านสังคม

การบริหารทรัพยากรบุคคล

บริษัทถือว่าบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดมั่นเสมอว่าการเจริญเติบโตขององค์กรขึ้นอยู่กับบุคลากรที่มีคุณภาพ ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดยครอบคลุม ในเรื่องของการดูแลพนักงาน การพัฒนาศักยภาพ การสร้างแรงจูงใจและความผูกพันของพนักงาน การปลูกฝั่งค่านิยมองค์กร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมในองค์กร ตลอดจนการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน

การสร้างวัฒนธรรมองค์กร

สำหรับบริษัท นอกจากรายได้ ความมั่นคง การเติบโตในเส้นทางอาชีพแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญในการสร้างค่านิยม ปลูกฝังความคิด ส่งเสริมวิถีปฏิบัติ ที่นำมาซึ่งผลสำเร็จในการปฏิบัติงาน อันจะนำมาซึ่งรากฐานและเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการทำงานที่ดีในองค์กรให้กับพนักงานอีกด้วย โดยบริษัททำการสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมองค์กรทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อที่ว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจอยากร่วมงานกับเราในอนาคตมีความเข้าใจในค่านิยมองค์กรของ พีทีจี เอ็นเนอยี ด้วยเช่นกัน

PTG Way (CTIC) คือค่านิยมองค์กรของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ประกอบไปด้วย 4 ตัว

Customer Service: คุณภาพเต็มที่ บริการเต็มพลัง

Teamwork: ก้าวไปดวยกัน เพื่อความผูกพันที่ยั่งยืน

Integrity & Ethics: ทำทุกสิ่งให้ถูกต้อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

Continuous Improvement: กล้าคิด กล้าทำ เรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ

ค่านิยมทั้ง 4 จะช่วยส่งเสริมให้การทำงานภายในองค์กรที่มีความแตกต่างหลากหลายทั้งในด้านวัย เพศ ศาสนาและวัฒนธรรม สามารถดำเนินธุรกิจและเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การดูแลพนักงาน

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

บริษัทกำหนดนโยบายการจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงานในอัตราที่เหมาะสม และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยดำเนินการ ดังนี้

บริษัทมีนโยบายเน้นการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงานที่ทำได้ (Pay for Performance) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารค่าตอบแทนในยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นการกระตุ้นจูงใจให้พนักงานในองค์กรสร้างผลงานมีการกำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัดในการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีการจ่ายค่าตอบแทนจูงใจระยะในรูปแบบที่หลากหลายให้เหมาะสมตามลักษณะงานที่พนักงานรับผิดชอบ เช่น โบนัสประจำปี (Annual Bonus) เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายในการสร้างการบริการที่ดีต่อลูกค้า โดยจัดให้มีการสุ่มตรวจสอบการบริการจาก Mystery Shopper เพื่อวัดมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้า ดังนั้น จึงกำหนดให้มีเงินรางวัลจูงใจ หรือเงินรางวัลตามผลการปฏิบัติงาน (Incentive for Performance) สำหรับพนักงานที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี

บริษัทมีนโยบายในการจูงใจรักษาพนักงานให้สร้างผลงานให้กับองค์กรในระยะยาว ผ่านการให้สิทธิในการซื้อหุ้นบริษัทในราคาที่กำหนด (Stock Option) ที่พนักงานจะได้รับคือ หากบริษัทมีผลกำไรมากเท่าใดพนักงานที่ถือหุ้นของบริษัทก็จะมีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นจากมูลค่าหุ้น ผลกำไรต่อหุ้น และเงินปันผลที่มากขึ้นทุกปีตามผลประกอบการของบริษัทที่สูงขึ้นทุกปี รวมถึงการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด และประกันสังคม อีกทั้งการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นหลักประกันทางการเงินช่วยสนับสนุนให้มีการวางแผนสำหรับการออมระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพนักงานในยามเกษียณในเรื่องของผลตอบแทน

บริษัทมีนโยบายที่จะดูแลให้พนักงานมีสุขภาพอนามัยที่ดี ทั้งในส่วนของการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเพิ่มโปรแกรมการตรวจสุขภาพให้กับบุคลากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มที่สัมผัสกับน้ำมัน และสารเคม ฯลฯ การประกันสุขภาพ การประกันชีวิต ซึ่งมากกว่าสวัสดิการการรักษาพยาบาลของประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงจัดให้มีสถานที่สำหรับออกกำลังกาย พร้อมกับสนับสนุนเครื่องออกกำลังกายเพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมปฏิบัติงานให้บริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างบรรยากาศที่ที่ดีในการทำงาน

นอกจากนี้ บริษัทมีหน่วยงานพนักงานสัมพันธ์และสื่อสารภายใน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับบุคลากร (Employer Employee Relationships) ซึ่งนำไปสู่การสร้างผลผลิตที่น่าพึงพอใจ(Satisfactory Productivity) สร้างแรงจูงใจ (Motivation) ตลอดจนขวัญกำลังใจ (Morale) โดยได้นำเครื่องมือสร้างสุขของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาใช้สร้างความสุขในการทำงานของพนักงาน เพราะเชื่อว่าเมื่อบุคลากรมีความสุขในการทำงาน ผลงานย่อมมีประสิทธิภาพตามความสุขของการทำงานด้วย

เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติทางด้านแรงงานต่อบุคคลทุกคน บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนและแรงงาน เพื่อปฏิบัติต่อคนทุกคนอย่างเท่าเทียมพร้อมทั้งจะสนับสนุน ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งจะปฏิบัติต่อพนักงานเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมนอกจากนี้ บริษัทได้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจ มิได้มีส่วนร่วมหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และจัดให้มีช่องทางภายในสำหรับพนักงาน เช่น คณะกรรมการสวัสดิการ กล่องรับความคิดเห็นพนักงาน และช่องทางสำหรับบุคคลภายนอก เช่นเว็บไซต์ของบริษัท โทรศัพท์ และจดหมาย เป็นต้น

บริษัทยังได้ให้ความสำคัญในเพิ่มช่องทางการสรรหา และคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม และมีศักยภาพเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เช่น การร่วมมือกับสำนักงานจัดหางานประจำจังหวัดต่างๆ ในการสรรหาบุคลากร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในพื้นที่นั้นๆ เช่น สรรหาบุคลากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีบริการ เพื่อเป็นการสร้างงานให้กับชุมชน และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้อาศัยอยู่กับครอบครัว อีกทั้งส่งเสริมให้มีบุคลากรที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามา มีใจรักในการให้บริการลูกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Service Mind)

การพัฒนาศักยภาพ

บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและประเด็นท้าทายทางธุรกิจที่บริษัทเผชิญอยู่ ปรับปรุงระบบบริหาร และระบบการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ รวมถึงการส่งเสริมความเชี่ยวชาญในงาน และเพิ่มทักษะความรู้ต่างๆ

โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมแก่บุคลากรทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายสนับสนุน ตลอดจนส่งเสริมบุคลากรที่มีศักยภาพสูงได้มีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานเติบโตไปพร้อมๆ กับความสำเร็จองค์กร โดยบริษัทได้แบ่งการพัฒนาเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหาร และกลุ่มบุคลากรที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการคัดเลือกประเมินศักยภาพ และจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ

สำหรับการเรียนรู้ของบุคลากรภายในองค์กร ได้กำหนดแผนการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรไว้อย่างชัดเจน และเป็นระบบเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้บริหาร และบุคลากรได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตการทำงานซึ่งจะเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าขององค์กร ด้วยความเชื่อมั่นในพลังแห่งการเรียนรู้จะเป็นประตูสู่โอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยบริษัทเปิดกว้างให้บุคลากรทุกระดับได้รับโอกาสเรียนรู้ตลอดเวลา ผ่านกลุ่มหลักสูตรต่างๆ ดังนี้

  • 1. ฝึกอบรมโดยมีค่านิยมหลักขององค์กรเป็นพื้นฐาน

    เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจหลักการ แนวคิด และวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กร
  • 2. ฝึกอบรมความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานให้กับพนักงานใหม่ทุกคน (On Boarding Program)

    เพื่อให้พนักงานใหม่เกิดความเข้าใจ และสามารถปฎิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐาน และกฎระเบียบของบริษัท
  • 3. ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้เฉพาะด้าน

    เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานของพนักงานให้มีความชำนาญ เช่น หลักสูตรมาตรฐานการบริการ หลักสูตรเตรียมความพร้อมผู้จัดการสถานีบริการ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการปฎิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • 4. ฝึกอบรมพัฒนาด้านการบริหารคน งาน เพื่อพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมการเป็นผู้นำ

    การพัฒนาทักษะทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมต่างๆ เช่น หลักสูตร Problem Solving & Decision Making, หลักสูตร Improving Leadership Skill เป็นต้น
  • 5. ดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่มุ่งเน้นในการบริหารจัดการ

    การทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ PTG Academy on Tour กิจกรรม Sharing Inspiration
  • 6. ฝึกอบรมในรูปแบบ Self-learning

    ตั้งแต่ระดับบุคลากร จนถึงระดับผู้บริหาร ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ “Your Next YOU by SEAC” ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่พนักงานสามารถเลือกเรียนได้ตามแนวทางที่ถนัด และเลือกกำหนดรูปแบบและหลักสูตรการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง (Personalized Learning) เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง (Speed of Change) สามารถพัฒนาทักษะใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

เพื่อบรรลุผลเป้าหมายที่ตั้งไว้ในทุกปีของการดำเนินธุรกิจ บริษัทมุ่งมั่นยกระดับและพัฒนา “ระบบการบริหารผลการปฎิบัติงาน” (Performance Management System :PMS) นับตั้งแต่ ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  • 1. Corporate KPI

    ตัวชี้วัดการปฏิบัติงานระดับองค์กร
  • 2. Function KPI

    วัดผลการปฏิบัติงานเป็นรายตำแหน่งหรือรายบุคคล
  • 3. PTG WAY (CTIC)

    วัฒนธรรมองค์กร โดยบริษัท ได้นำวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมองค์กรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ การประเมินผลการปฏิบัติงาน ค่านิยมอันดีส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ตั้งไว้

การสร้างความผูกพันของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญในการรักษาพนักงานทั้งในส่วนภูมิภาค และสำนักงานใหญ่โดยเท่าเทียมกัน และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนการทำงานด้วยความร่วมกันทำงาน อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพขององค์กร และผลงานของพนักงาน บริษัทจึงมีการดำเนินกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา PT โดยการจัดให้มีการลงพื้นที่หน้างาน อันได้แก่ สถานีบริการและคลังน้ำมัน ในส่วนภูมิภาค เพื่อทำการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานทั้งในด้านสถานที่พักผ่อน อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ รวมถึงพื้นที่การปฏิบัติงาน มีกำหนดการดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 ถึง ธันวาคม 2562 เพื่อเพิ่มความผูกพันของพนักงานที่มีต่อกัน และกับองค์กร

การพัฒนาชุมชนและสังคม

บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปความรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน โดยถือว่าชุมชนนั้นเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่รอบสถานประกอบการของบริษัท บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ตลอดจนความปลอดภัยของชุมชน และการสนับสนุนทางด้านการศึกษาแก่เยาวชน อาทิ การสนับสนุนทุนการศึกษาอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน เสริมทักษะเพื่อการเรียนรู้ต่างๆ แก่โรงเรียน การปรับปรุง หรือซ่อมแซมอาคารโรงเรียน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เพื่อเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน และสังคมให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตของบริษัท

แบ่งปันโอกาส...พัฒนาอาชีพ

1. โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ

กลุ่มบริษัทร่วมกับสมาคมคนพิการภาคตะวันออก จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ เพื่อช่วยส่งเสริมการมีอาชีพให้กับคนพิการ สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ จึงได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการโดยมีแนวทางการดำเนินการ 2 แบบ ดังนี้

  • 1. การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ บริษัทได้มีการจ้างคนพิการ จำนวน ทั้งสิ้น 8 ราย ดังนี้

    - บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ราย ได้ ตำแหน่งพนักงานขับรถและพนักงานประจำสำนักงาน

    - บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 19 ราย ได้แก่ พนักงานหน้าลานเติมน้ำมัน และพนักงานบริการนวด ที่ประจำ Max camp

  • 2. การฝึกอบรมอาชีพมาตรา 35 พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2535 จำนวน 98 คน

1.1 โครงการฝึกงานหลักสูตรตัดเย็บเสื้อผ้า ระยะเวลา 609 ชั่วโมง

บริษัทได้สนับสนุนให้มีโครงการพัฒนาอาชีพให้กับผู้พิการเป็นการสร้างทักษะและความรู้ เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกงาน สามารถทำงานนำความรู้ที่ได้จากฝึกงาน ฝึกอบรม นำความรู้ไปสมัครเข้าในทำงานในโรงงาน บริษัท ห้างร้าน หรือนำความรู้ ความสามารถกลับไปประกอบอาชีพอิสระในชุมชนที่อยู่อาศัยได้ โดยเมื่อจบการฝึกงานผู้เข้าฝึกงานจะมีความสามารถมากมาย อาทิ การเรียนรู้หลักการทำงาน และ การป้องกันอันตรายจากการทำงาน, ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอุปกรณ์และจักรเย็บผ้า, การใช้งานและบำรุงรักษาจักรเบื้องต้น, การออกแบบและตัดเย็บ เสื้อ กระโปรง กางเกง ถุงผ้า เป็นต้น อีกทั้งเมื่อจบหลักสูตรแล้วจะได้รับจักรเย็บผ้าและอุปกรณ์เพื่อนำไปประกอบอาชีพ

1.2 โครงการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพโดยพนักงานที่พิการทางสายตา

บริษัทได้จ้างพนักงานประจำที่พิการทางสายตา ที่ได้ผ่านการฝึกอบรม และได้รับใบประกาศนียบัตรที่รับรองการนวด เพื่อเป็นการสร้างรายได้ ให้โอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้พิการทางสายตา มาให้บริการนวดเพื่อสุขภาพกับลูกค้าที่มาแวะพักใช้บริการที่สถานีบริการ โดยสาขาแรกที่ได้ดำเนินการไป คือ สถานีบริการน้ำมันพีทีสาขาสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเพิ่มเติมอีกสาขาได้แก่ สถานีบริการพีทีเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ใน “PT MAX CAMP” ที่พักรถครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย สำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตร PT MAX CARD

2. โครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

บริษัทมีนโยบายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุให้มีงานทำในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ และสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยจ้างงานผู้สูงอายุเข้ามาทำงานในสถานประกอบการของบริษัท ได้แก่ สำนักงานใหญ่ สถานีบริการ คลังน้ำมัน และธุรกิจขนส่งน้ำมัน เป็นต้น

แบ่งปันความรู้สู่สังคม...พัฒนาความปลอดภัยให้ชุมชน

1. กิจรรม SAFETY WEEK PT Station 2019 ตอน PT เชื่อมไทย บริการด้วยใจ ปลอดภัยไปด้วยกัน

บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของพนักงานให้เป็นนิสัย ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องการทำงานที่ปลอดภัยแก่พนักงาน และรณรงค์ ส่งเสริมกระตุ้นจิตสำนึกของบริษัทให้ ตระหนักว่า “ความปลอดภัยของพนักงานเป็นความรับผิดชอบของบริษัท” โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 317 คน แบ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นักเรียนโรงเรียนมวกเหล็กวิทยาคม พนักงานบริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และพนักงานบริษัทเอกชนภายนอก

2. โครงการสอนน้องดับเพลิง

“โครงการสอนน้องดับเพลิง” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีวิทยากรของฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของบริษัท เข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ ฝึกอบรม และให้คำแนะนำกับสถานศึกษา ชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ และในปี 2562 นี้บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมสอนน้องดับเพลิง จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (19 เมษายน 62), วิทยาลัยเทคนิค ปักธงชัย(28 พฤษภาคม 62), วิทยาลัยเทคนิคหนองแค(24 กรกฎาคม 62) เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันและระงับอัคคีภัยขั้นต้น และสามารถนำไปปฏิบัติ แก้ไขเหตุการณ์เมื่อประสบภัยได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

แบ่งปันความสุข...พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

โครงการ พีที รวมพลัง ร่วมใจ สร้างสุข เพื่อน้อง ปีที่ 3

บริษัท น้อมนำแนวทางการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริโภคตลอดช่วงการศึกษา โดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในโรงเรียนมาประกอบอาหาร ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้านการทำการเกษตร ด้านอาหารโภชนาการ และสุขภาพอนามัย อีกทั้งยัง ช่วย ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันกับการเรียนการสอนในหลักสูตร

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เป็นผู้นำด้านการให้บริการด้านพลังงานโดยเน้นการพัฒนาคุณภาพความปลอดภัยสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม จึงได้กำหนดนโยบายคุณภาพ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • 1) มุ่งมั่นให้มีการบริหารคุณภาพทั่วทั้งบริษัท ในการจัดจำหน่ายสินค้า และบริการที่ตรงตามข้อกำหนด เพื่อเพิ่มความพึงพอใจ โดยการตอบสนองความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า
  • 2) มุ่งมั่นบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องตามกฎหมาย รวมทั้งข้อกำหนด และมาตรฐานสากลอื่นๆ ที่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยของผู้ปฏิบัติงาน
  • 3) มุ่งมั่นในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง
  • 4) บริหารองค์กรด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ และป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน และชุมชน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

การปฏิบัติการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม

ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย เป็นเรื่องที่ทุกคนในองค์กรนับตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกระดับต้องมีความเข้าใจ ให้ความสำคัญ และมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมืออย่างจริงจังเพื่อให้เรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน การป้องกันอันตราย อยู่ในจิตสำนึกและหยั่งลึกไปถึงพฤติกรรมจนเป็นวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยของบริษัท บริษัทจึงได้จัดทำแผนพัฒนา ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานขององค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ ประสบผลสำเร็จอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานทุกระดับของบริษัทมีความปลอดภัยในการทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาทบทวนระบบการจัดการ อาชีวอนามัย และความปลอดภัยที่มีอยู่ เพื่อให้ทราบสถานภาพปัจจุบันขององค์กร มีการกำหนดนโยบาย และมอบหมายให้มีการดำเนินการตามนโยบายได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม และมีความสามารถปฏิบัติตามหน้าที่ ความรับผิดชอบรวมทั้งส่งเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการจัดการผ่านกระบวนการจัดทำแผนที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ ชัดเจน เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้ถูกต้องทั้งด้านงบประมาณและบุคลากร รวมทั้งการแปลงแผนงานสู่การปฏิบัติและ การตรวจติดตามประเมินผล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทมีหน่วยงานดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ ซึ่งจะดูแลเรื่องความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม โดยจะทำหน้าที่วิเคราะห์ และตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงานปฏิบัติงาน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน และคู่มือวิธีป้องกันภัย รวมถึงการให้ความรู้ และการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินให้แก่บุคลากรในองค์กร และบุคคลภายนอก โดยการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการกู้ภัยฉุกเฉินเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่อง

การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย

ในปี 2562 บริษัทได้จัดอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 7,242 คน โดยหลักสูตรจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 หมวด ดังนี้

  • 1. หลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
  • 2. หลักสูตรการป้องกันและระงับอัคคีภัย
  • 3. หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 4. หลักสูตรเกี่ยวเนื่องด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

กิจกรรมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานีบริการ

บริษัทเห็นความสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ ผลักดัน และสนันสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานีบริการของผู้จัดการสาขาและพนักงานให้มีความต่อเนื่อง ยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ซึ่งแนวทางการจัดกิจกรรมการส่งข้อมูลการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยจากการเข้าตรวจ ตลอดจนการปฏิบัติงานตามหลักความปลอดภัยของพนักงานหน้าลาน ทางส่วนความปลอดภัยรวบรวมข้อมูลของสถานีที่มีการส่งแก้ไขปัญหาจากการเข้าตรวจ ซึ่งการมอบของรางวัลใช้การสุ่มข้อมูลจาก Ticket สถานีที่ส่งมาแก้ไขในเว็บไซต์ Safety PTC Service

กิจกรรม หนึ่งข้อเสนอแนะ หนึ่งความปลอดภัย (One Suggestion One More Safety)

กิจกรรมค้นหาความเสี่ยงในการฏิบัติงานและป้องกันอันตรายที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพื่อให้พนักงานสามารถค้นหาถึงความเสี่ยง และป้องกันความเป็นอันตรายที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น และเพื่อให้พนักงานทุกคนมีความตระหนักในด้านความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง โดยเสนอแนะสภาพปัจจุบันที่พบปัญหา และเสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา มีการแบ่งประเภทของข้อเสนอแนะออกเป็น 4 ประเภท คือเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย สุขภาพ ลดการเกิดอุบัติเหตุ และสภาพการทำงาน

แนวทางในการดำเนินการลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ

  • 1. กิจกรรม ขับขี่ปลอดภัย….ด้วยหัวใจสีเขียวในปี 2563

    เป็นการมุ่งเน้นดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่สำคัญคือ พนักงานหน้าลาน ซึ่งจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจ ปลูกฝังจิตสำนึกความปลอดภัยให้เหมาะสม และให้มีพนักงานเป็นตัวแทนในการขยายผลสู่สถานีบริการ และสถานีข้างเคียง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในการดำเนินชีวิตทั้งปัจจุบันและอนาคต ที่จะแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างตรงจุด คือ การให้ความรู้ควบคู่ไปกับการฝึกขับขี่อย่างปลอดภัย
  • 2. กิจกรรม การประกวดแผนงานความปลอดภัยฯ Safety Max

    เป็นจัดทำแผนการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในสถานีบริการอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยง และให้มีการพัฒนามาตรการลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย โดยอาศัยผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยฯที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในสายงานด้านความปลอดภัยให้มีแนวความคิดที่ร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย
  • 3. กิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign 2020)

    เป็นกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการมีความมุ่งมั่นในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยการลดสถิติการประสบอันตรายในสถานประกอบกิจการให้เป็นศูนย์ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อแรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี
Loading...