มิติด้านเศรษฐกิจ

การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงส่งเสริมให้พนักงาน เป็นคนดี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

การมุ่งมั่นปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ด้วยการปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ช่วยส่งเสริมการสร้างค่านิยมและวัฒธรรมที่ดีในองค์กร ทั้งยังสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น สร้างโอกาสทางธุรกิจ และยังช่วยลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบอีกด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนด นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและมีการทบทวนทุกปี เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน เหมาะสมกับภาวการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ กำหนดขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยกระดับแนวทางการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อีกทั้งแต่งตั้งให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน การต่อต้านการทุจริตคอร์รับชั่น จริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจ และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันประกอบด้วยจำนวน 10 คน โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้หญิง 2 คน ชาย 8 คน
- กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
จำนวน 8 คน
(คิดเป็นร้อยละ 80 ของกรรมการทั้งหมด)
- กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
จำนวน 2 คน
(คิดเป็นร้อยละ 20 ของกรรมการทั้งหมด)
- กรรมการที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระ
จำนวน 4 คน
(คิดเป็นร้อยละ 40 ของกรรมการทั้งหมด)
และมีคณะกรรมการชุดย่อย 4 ชุด
- คณะกรรมการบริหาร
จำนวน 4 คน
เป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 2 คน
- คณะกรรมการตรวจสอบ
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ
- คณะกรรมการสรรหารและพิจารณาค่าตอบแทน
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ 2 คน (คิดเป็น ร้อยละ 67)
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ 2 คน (คิดเป็น ร้อยละ 67)
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
จำนวน 4 คน
เป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหาร
บริษัทมีนโยบายการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัทในบริษัทจดทะเบียนอื่น ไม่เกิน 5 แห่ง และกรรมการที่เป็นผู้บริหารดำรงตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนอื่น ไม่เกิน 2 ปี

การสรรหาคณะกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะพิจารณาความเหมาะสมของความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัทที่มี ประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมี องค์ประกอบตามที่กำหนด โดยไม่คำนึงถึง เพศ สัญชาติ ศาสนา และอายุ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

เพื่อให้การกำกับดูและกิจการของคณะกรรมการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มรการประเมินผลการปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินของปี 2562 มีดังนี้

ชื่อคณะกรรมการ ผลการประเมินการปฏิบัติงาน

รายคณะ (ร้อยละ)

ผลการประเมินการปฏิบัติงาน

รายบุคคล (ร้อยละ)

คณะกรรมการบริษัท 99.60 100
คณะกรรมการตรวจสอบ 98.90 100
คณะกรรมการบริหาร 100 100
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 100 100
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ 100 100
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน 98.15 100

การพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ

บริษัทส่งเสริมให้คณะกรรมการเข้าร่วมฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถที่เป็นพื้นฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนี้

หลักสูตร ผู้จัดการอบรม จำนวนคณะกรรมการที่เข้าร่วม
หลักสูตร CHAIRMAN FORUM 2019 “Successful Corporate Culture Change : From Policy to Practices” สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย 1
Design Thinking Deep Dive for Executive Board บริษัท เอสอีเอเชีย ลีดาเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (SEAC) 10
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการ ตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 29 สถาบันวิทยาการตลาดทุน 1
หลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 8 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 1
หลักสูตรเทคโนโลยีการแปรรูปชีวมวลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Biomass Recovery Technology for Economic Value Added) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1

การบริหารห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ในการสนับสนุนคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ตามระเบียบและวิธีการจัดหาของบริษัท เพื่อประโยชน์ด้านการบริหารต้นทุน ด้านประสิทธิภาพในการ ดำเนินงาน และการร่วมมือกันในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีส่วนร่วม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

บริษัทมีนโยบายในการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้า ซึ่งรวมถึง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้แทนจำหน่าย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง อย่างมีระบบ เป็นธรรม โปร่งใส และสนับสนุนคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมี จริยธรรม โดยมีจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และจรรยาบรรณของบริษัท ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้คู่ค้าของบริษัท ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)

ปี 2561 – 2563 บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ครอบคลุมประเด็นในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสื่อสารจรรยาบรรณธุรกิจฯ รวมถึงนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รับชั่น ให้แก่คู่ค้า ในธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจ Non-oil ในกลุ่มคู่ค้าหลัก เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

ให้คู่ค้าบางส่วนของบริษัทมีส่วนร่วมในการประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทมีการให้คู่ค้าบางส่วนของบริษัทมีส่วนร่วมในการประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน ผ่านการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นของคู่ค้าด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจของบริษัท ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนร่วมกัน อีกทั้งบริษัทยังมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของห่วงโซอุปทานในระดับองค์กรและระดับฝ่ายงานของงานจัดซื้อน้ำมัน งานจัดซื้อทั่วไป งานปฏิบัติการคลัง งานปฏิบัติการสถานี งานขนส่ง รวมถึงงานบริการและงานบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าด้วย โดยบริษัทได้มีการหารือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหารือถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่คู่ค้าจัดขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

มีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ บริษัทมีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จรรยาบรรณธุรกิจให้กับคู่ค้าทุกรายและมีการจัดกลุ่มคู่ค้าโดยพิจารณาจากสัดส่วนมูลค่าการซื้อสินค้าและบริการ โดยคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ ตามเกณฑ์ที่กำหนดจะกำหนดให้มีการลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท

มีแผนที่จะทำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในการดำเนินการด้านความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า

ทั้งนี้ ในปี 2563-2564 บริษัทยังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในการดำเนินการด้านความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า โดยกำหนดให้มีการนำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และแบบประเมินตนเองของคู่ค้าด้าน ด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) เข้าระบบ เพื่อให้คู่ค้ารายใหม่ ได้ทำการประเมินก่อนมีการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัท และคู่ค้ารายปัจจุบันได้มีการประเมินตามรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงพัฒนาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า เพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้ารายสำคัญของบริษัท พร้อมทั้งระบุคู่ค้าที่ต้องได้รับการตรวจประเมินด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG Audit)

ความรับผิดชอบต่อลูกค้า

บริษัทมีแนวทางการบริหารลูกค้าสัมพันธ์เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า เช่น การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากลูกค้าในระบบ Voice ofCustomer จากหลากหลายช่องทาง อาทิ ผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัท หรือ PT Call Center ผ่านการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าในแต่ละปี และผ่านทางผู้แทนขายจากข้อมูล Inquiry และ Complaint ของลูกค้าในระบบ Customer Relationship Management (CRM) ซึ่งมีการบันทึกประวัติและรายการการซื้อของลูกค้า เป็นต้น และอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขา และเดินหน้าขยายธุรกิจNon-oil ได้อย่างรวดเร็ว คือ บัตรสมาชิก “Max Card” ที่แต่เดิมทำหน้าที่เป็นบัตรที่สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งนับจากนี้บัตรสมาชิกใบนี้ จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อสินค้าบริการต่างๆ สำหรับบริษัทในเครือ และพันธมิตรคู่ค้ากับลูกค้าเข้าด้วยกัน โดยฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มา ถือเป็น Big Data ที่จะนำมาวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคทั้งในวันนี้ และในอนาคตเพื่อต่อไปจะได้นำเสนอสินค้าและบริการที่ “ตรงใจ” ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (segment) แต่ละรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ได้

เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย ความสะอาด และการให้บริการอย่างมืออาชีพแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงมุ่งสร้างการปฏิบัติการที่เป็นเลิศของสถานีบริการ บริษัทจึงได้จัดทำมาตรฐานการให้บริการและคู่มือปฏิบัติงานสำหรับการให้บริการที่สถานีบริการ เพื่อควบคุมคุณภาพของการบริการในสถานีบริการ โดยใช้วิธีการตรวจประเมินผลตามมาตรฐานบริการตามระบบ mystery shopper ซึ่งจะดำเนินการทุกเดือน และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่สถานีบริการเพื่อส่งมอบการบริการที่ดีให้กับลูกค้าต่อไป

อีกทั้ง บริษัทมีความมุ่งมั่นในการให้บริการ โดยปลูกฝังถึงการให้บริการ (service Mind) กับผู้แทนขาย และมุ่งเน้นบริการที่ใส่ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยความรวดเร็ว และดูแลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ มีการติดตามลูกค้าหลังจากพบปัญหาและได้รับการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว เพื่อสอบถามความพึงพอใจหลังได้รับการแก้ไขปัญหา เข้าตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำกับลูกค้าแฟรนส์ไชส์ในเรื่องของการควบคุมคุณภาพน้ำมันในสถานีบริการ เพื่อรับประกันว่าน้ำมันที่ส่งมอบให้กับลูกค้ามีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมอ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการบริการลูกค้าแฟรสไชส์ โดยให้ผู้จัดการขายเข้ามาอบรมมาตรฐานการบริการ และนำไปถ่ายทอดให้กับลูกค้า เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการที่เหมือนกันทั่วประเทศ อีกทั้ง เพื่อรักษาฐานลูกค้า บริษัทจึงได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการแบ่งเกรดลูกค้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน

บริษัทให้ความสำคัญและเคารพต่อข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า การรักษาความลับและการใช้ข้อมูลภายในถือเป็นข้อกำหนดสำคัญในคู่มือจริยธรรม และจรรยาบรรณธุรกิจ โดยจะต้องเคารพในข้อมูลส่วน บุคคลของลูกค้า ทั้งข้อมูลทางด้านการตลาด การสั่งซื้อและ การให้บริการลูกค้าจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และการเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงโดยบุคคลที่ได้รับสิทธิเท่านั้น ทั้งนี้ หากจะใช้เปิดเผย หรือถ่ายโอนข้อมูล ดังกล่าวไปยังบุคคลอื่น จะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย และจะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลล่วงหน้าอีกด้วย

บริษัทมีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ คือ กลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์ ซึ่งกระบวนการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าดำเนินการโดยหน่วยงานที่เป็นกลาง ด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมกระบวนการเก็บข้อมูลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส และผลการสำรวจความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้าจะนำเสนอต่อผู้บริหารภายใน 1 เดือนหลังได้รับผลสำรวจ ทั้งนี้ หากมีข้อเสนอแนะจากการสำรวจความพึงพอใจที่สามารถนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานจะนำมาวิเคราะห์ และใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแผนการพัฒนาปรับปรุงและแผนการดำเนินงานประจำปี ซึ่งได้แก่ การบริหารจัดการ คุณภาพ การบริการ การส่งมอบสินค้าและบริการ และความปลอดภัย เพื่อให้สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น

จรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริต

บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ด้วยความโปร่งใส และน่าเชื่อถือ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดระดับสากล และระดับประเทศเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ รวมทั้งไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งในทางตรง และทางอ้อม โดยในปี 2562 บริษัทได้มีการทบทวนนโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ อาทิ

  • • นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  • • กฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
  • • คู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ
  • • นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืน
  • • แนวปฏิบัติการปฏิบัติตามการติดตามจรรยาบรรณธุรกิจ
  • • นโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
  • • จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า
  • • แนวปฏิบัติด้านภาษี

บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีคุณธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ขึ้นเมื่อวันที่25 ตุลาคม 2557 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งในทางตรง และทางอ้อม

นอกจากนี้บริษัทได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมกับโครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยได้ร่วมลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์ของแนวร่วมปฏิบัติ ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 และได้รับการต่ออายุการรับรองเข้าป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เมื่อ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่ออายุการรับรองต่อไป และในปี 2561 บริษัทได้สนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัทฯ ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) โดยการส่งหนังสือเชิญให้คู่ค้าเพื่อให้คู่ค้ารับทราบและนำไปปฏิบัติ

ช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

เว็บไซต์บริษัท
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
จดหมายธรรมดา

เลขานุการคณะกรรมการบริษัท

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 90 อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้นที่ 33 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

นวัตกรรม

บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร จึงกำหนดแนวทางจัดการความรู้ผ่านกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continue Improvement) อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม เกิดการค้นพบสินค้า และบริการใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงรูปแบบใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา โดยกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายคุณภาพขององค์กร ที่มุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน และเกิดการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมุ่งเน้น “การพัฒนาและปรับเปลี่ยน” โดยเริ่มตั้งแต่การกระตุ้นให้บุคลากรของบริษัทตื่นรู้ และเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต พร้อมร่วมกันออกแบบวิธีการทำงาน วางแผนการสร้างคนสร้างองค์กรให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น แนวคิด Human Centric วิธีทำงานด้วย Design Thinking และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ผ่านการผลักดันของเหล่าผู้บริหารที่มีความเข้าใจ และทัศนคติแบบ Growth Mindset / Outward Mindset ที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เป็นต้น

Design Thinking คือ หนึ่งในกระบวนการสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่พีที โดยมีขั้นตอนเริ่มต้นที่ บริษัทให้ความสำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจ (Empathy) อย่างลึกซึ้งและรอบด้านเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยมุมมองแบบนวัตกรรมที่สามารถพลิกผันปัญหากลับมาเป็นโอกาสที่พีทีจะสามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Process Innovation

บริษัทได้ส่งเสริมนวัตกรรมด้านกระบวนการใหม่ (Process Innovation) โดยเริ่มต้นจากการให้พนักงานเปลี่ยนแปลงงานของตนเองให้เป็นอัตโนมัติ และนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นก้าวแรกสู่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานให้มากขึ้นในอนาคต และถือเป็นก้าวแรกในการทำ Digital Transformation ภายในองค์กร โดยมี RPA (Robotic Process Automation) เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อเปลี่ยนBusiness Process ที่เคยมีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติ โดยการแปลงกระบวนการการทำงานซ้ำๆ ที่มีอยู่เดิมให้เป็นอัตโนมัติเพื่อลดภาระการทำงานของพนักงาน และลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

กิจกรรมไคเซ็น (Kaizen)

บริษัทได้ส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมประกวด Thailand Kaizen Award ประจำปี 2562 ทำให้ผลงาน “เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร Stock น้ำมันเครื่องที่คลังและสถานีบริการ” ซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือ ของฝ่ายปฏิบัติการคลัง ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับรางวัล “Golden Award” จากการเข้าประกวดในประเภท Service Kaizen และผลงาน “ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการยกเกียร์รถบรรทุก” ซึ่งเป็นผลงานจากฝ่ายโลจิสติกส์น้ำมันได้รับรางวัล “Silver Award” จากการเข้าประกวดในประเภท Genba Kaizen ซึ่งนับว่าเป็นการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดของบริษัท โดยผลงานที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ จะถูกนำมาพัฒนาการบริหารงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งนี้บริษัท จะไม่หยุดพัฒนาศักยภาพของพนักงานและบริษัท เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Service Innovation

บริษัทมุ่งหวังที่จะส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ผ่านการรับรู้และเข้าใจถึงความต้องการและการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เป็น คนขับรถบรรทุก หรือรถขนส่ง จากการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน PT ในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านบริการรูปแบบใหม่ (Service Innovation) จึงทำให้เกิด PT MAX CAMP ต้นแบบที่พักรถครบวงจรแห่งแรกในไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นำไปสู่ศูนย์รวมของสังคมใหม่ๆของผู้ที่ขับรถทางไกล หรือ ขับรถมาคนเดียว สามารถเข้ามาแวะพักผ่อนเพื่อใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีทั้งหมด 11 สาขาทั่วประเทศ

Business Innovation

ตลอดปี 2562 เราได้เริ่มต้นทำการค้นหาและทำความเข้าใจปัญหา รวมถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าและสังคมในหลากหลายมิติ โดยได้มีการจัดตั้งส่วนงาน Business Innovation and Incubation ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนวัตกรรมโดยเฉพาะ เพิ่มเติมจากที่ทุกส่วนงานในองค์กรที่ได้มีการพัฒนากระบวนการทำงาน สินค้าและบริการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยบุคลากรทุกคนในส่วนงาน Business Innovation and Incubation จะได้รับการฝึกอบรบและผ่านหลักสูตร Design Thinking จาก d.school มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการเสริมสร้างกระบวนการคิดและการทำงาน ในเชิงนวัตกรรม

โครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร

บริษัทได้ส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบใหม่ (Business Model Innovation) โดยขยายการดำเนินงานไปสู่ธุรกิจพลังงานอื่นๆ โดยบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท ท่าฉางสวนปาล์มนํ้ามันอุตสาหกรรvม จำกัด และบริษัทอาร์ ดี เกษตร พัฒนา จำกัด ผู้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันรายใหญ่ จัดตั้ง บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (PPP) เพื่อดำเนินโครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร หรือที่เรียกว่า ปาล์มคอมเพล็กซ์ (Palm Complex )

โดยดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกในประเทศไทยที่รวมการผลิตทุกขั้นตอนไว้ในที่เดียวกัน ตั้งแต่การหีบผลปาล์มสดจนถึงการได้ผลิตภัณฑ์เป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้ผสมในน้ำมันดีเซล และน้ำมันโอลีอีน (Olein Cooking Oil) เพื่อการบริโภค ภายใต้แนวคิดการผลิตแบบ Zero Waste ที่สามารถนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และการบูรณาการเพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเท่ากับ 450,000 ลิตร ต่อวัน และกำลังการผลิตน้ำมันพืช 200,000 ลิตร ต่อวัน โดยไบโอดีเซล B100 ที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยบริษัทมีการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของบริษัท

ซึ่งในปี 2562 โครงการนี้ได้เริ่มกระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ร้อยละ 92 และคาดว่าจะสามารถผลิตได้เต็มกำลังในปี 2563

บริษัทมีรายได้จากการจำหน่าย B100 ให้กับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ เพื่อเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซล ช่วยลดต้นทุนการผลิตน้ำมันดีเซล เพิ่มศักยภาพในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ลดการสูญเสียของเหลวระหว่างการขนส่ง และกระจายรายได้สู่ชุมชน (ซื้อ CPO จากโรงหีบใกล้เคียง) ช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกร โดยในปี 2562 บริษัทได้ดำเนินการรับซื้อปาล์มทะลายสด  (FFB: Fresh Fruit. Bunch) จากเกษตรกรเป็นจำนวน 295,434.34 ตัน

นอกจากนี้ยังสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่เป็นพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษในอากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งยังเป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการจะทำให้ผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล และโอลีอินที่ได้ มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานยุโรป

มิติด้านเศรษฐกิจ

การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงส่งเสริมให้พนักงาน เป็นคนดี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

การมุ่งมั่นปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ด้วยการปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ช่วยส่งเสริมการสร้างค่านิยมและวัฒธรรมที่ดีในองค์กร ทั้งยังสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น สร้างโอกาสทางธุรกิจ และยังช่วยลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบอีกด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนด นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและมีการทบทวนทุกปี เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน เหมาะสมกับภาวการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ กำหนดขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยกระดับแนวทางการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล อีกทั้งแต่งตั้งให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน การต่อต้านการทุจริตคอร์รับชั่น จริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจ และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันประกอบด้วยจำนวน 10 คน โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้หญิง 2 คน ชาย 8 คน
- กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
จำนวน 8 คน
(คิดเป็นร้อยละ 80 ของกรรมการทั้งหมด)
- กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
จำนวน 2 คน
(คิดเป็นร้อยละ 20 ของกรรมการทั้งหมด)
- กรรมการที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระ
จำนวน 4 คน
(คิดเป็นร้อยละ 40 ของกรรมการทั้งหมด)
และมีคณะกรรมการชุดย่อย 4 ชุด
- คณะกรรมการบริหาร
จำนวน 4 คน
เป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 2 คน
- คณะกรรมการตรวจสอบ
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ
- คณะกรรมการสรรหารและพิจารณาค่าตอบแทน
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ 2 คน (คิดเป็น ร้อยละ 67)
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
จำนวน 3 คน
เป็นกรรมการอิสระ 2 คน (คิดเป็น ร้อยละ 67)
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
จำนวน 4 คน
เป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหาร
บริษัทมีนโยบายการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัทในบริษัทจดทะเบียนอื่น ไม่เกิน 5 แห่ง และกรรมการที่เป็นผู้บริหารดำรงตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนอื่น ไม่เกิน 2 ปี

การสรรหาคณะกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะพิจารณาความเหมาะสมของความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัทที่มี ประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมี องค์ประกอบตามที่กำหนด โดยไม่คำนึงถึง เพศ สัญชาติ ศาสนา และอายุ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

เพื่อให้การกำกับดูและกิจการของคณะกรรมการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มรการประเมินผลการปฏิบัติงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินของปี 2562 มีดังนี้

ชื่อคณะกรรมการ ผลการประเมินการปฏิบัติงาน

รายคณะ (ร้อยละ)

ผลการประเมินการปฏิบัติงาน

รายบุคคล (ร้อยละ)

คณะกรรมการบริษัท 99.60 100
คณะกรรมการตรวจสอบ 98.90 100
คณะกรรมการบริหาร 100 100
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 100 100
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ 100 100
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน 98.15 100

การพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ

บริษัทส่งเสริมให้คณะกรรมการเข้าร่วมฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถที่เป็นพื้นฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนี้

หลักสูตร ผู้จัดการอบรม จำนวนคณะกรรมการที่เข้าร่วม
หลักสูตร CHAIRMAN FORUM 2019 “Successful Corporate Culture Change : From Policy to Practices” สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย 1
Design Thinking Deep Dive for Executive Board บริษัท เอสอีเอเชีย ลีดาเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (SEAC) 10
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการ ตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 29 สถาบันวิทยาการตลาดทุน 1
หลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 8 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 1
หลักสูตรเทคโนโลยีการแปรรูปชีวมวลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Biomass Recovery Technology for Economic Value Added) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1

การบริหารห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ในการสนับสนุนคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ตามระเบียบและวิธีการจัดหาของบริษัท เพื่อประโยชน์ด้านการบริหารต้นทุน ด้านประสิทธิภาพในการ ดำเนินงาน และการร่วมมือกันในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีส่วนร่วม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน

บริษัทมีนโยบายในการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้า ซึ่งรวมถึง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้แทนจำหน่าย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง อย่างมีระบบ เป็นธรรม โปร่งใส และสนับสนุนคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจอย่างมี จริยธรรม โดยมีจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และจรรยาบรรณของบริษัท ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้คู่ค้าของบริษัท ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct)

ปี 2561 – 2563 บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ครอบคลุมประเด็นในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสื่อสารจรรยาบรรณธุรกิจฯ รวมถึงนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รับชั่น ให้แก่คู่ค้า ในธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจ Non-oil ในกลุ่มคู่ค้าหลัก เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

ให้คู่ค้าบางส่วนของบริษัทมีส่วนร่วมในการประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทมีการให้คู่ค้าบางส่วนของบริษัทมีส่วนร่วมในการประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืน ผ่านการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นของคู่ค้าด้านความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจของบริษัท ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนร่วมกัน อีกทั้งบริษัทยังมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของห่วงโซอุปทานในระดับองค์กรและระดับฝ่ายงานของงานจัดซื้อน้ำมัน งานจัดซื้อทั่วไป งานปฏิบัติการคลัง งานปฏิบัติการสถานี งานขนส่ง รวมถึงงานบริการและงานบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าด้วย โดยบริษัทได้มีการหารือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหารือถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่คู่ค้าจัดขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

มีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ บริษัทมีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จรรยาบรรณธุรกิจให้กับคู่ค้าทุกรายและมีการจัดกลุ่มคู่ค้าโดยพิจารณาจากสัดส่วนมูลค่าการซื้อสินค้าและบริการ โดยคู่ค้าที่มีนัยสำคัญ ตามเกณฑ์ที่กำหนดจะกำหนดให้มีการลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท

มีแผนที่จะทำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในการดำเนินการด้านความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า

ทั้งนี้ ในปี 2563-2564 บริษัทยังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในการดำเนินการด้านความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า โดยกำหนดให้มีการนำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และแบบประเมินตนเองของคู่ค้าด้าน ด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) เข้าระบบ เพื่อให้คู่ค้ารายใหม่ ได้ทำการประเมินก่อนมีการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัท และคู่ค้ารายปัจจุบันได้มีการประเมินตามรอบระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงพัฒนาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า เพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้ารายสำคัญของบริษัท พร้อมทั้งระบุคู่ค้าที่ต้องได้รับการตรวจประเมินด้านบรรษัทภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG Audit)

ความรับผิดชอบต่อลูกค้า

บริษัทมีแนวทางการบริหารลูกค้าสัมพันธ์เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า เช่น การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากลูกค้าในระบบ Voice ofCustomer จากหลากหลายช่องทาง อาทิ ผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัท หรือ PT Call Center ผ่านการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าในแต่ละปี และผ่านทางผู้แทนขายจากข้อมูล Inquiry และ Complaint ของลูกค้าในระบบ Customer Relationship Management (CRM) ซึ่งมีการบันทึกประวัติและรายการการซื้อของลูกค้า เป็นต้น และอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้บริษัทสามารถขยายสาขา และเดินหน้าขยายธุรกิจNon-oil ได้อย่างรวดเร็ว คือ บัตรสมาชิก “Max Card” ที่แต่เดิมทำหน้าที่เป็นบัตรที่สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งนับจากนี้บัตรสมาชิกใบนี้ จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อสินค้าบริการต่างๆ สำหรับบริษัทในเครือ และพันธมิตรคู่ค้ากับลูกค้าเข้าด้วยกัน โดยฐานข้อมูลลูกค้าที่ได้มา ถือเป็น Big Data ที่จะนำมาวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคทั้งในวันนี้ และในอนาคตเพื่อต่อไปจะได้นำเสนอสินค้าและบริการที่ “ตรงใจ” ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (segment) แต่ละรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ได้

เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย ความสะอาด และการให้บริการอย่างมืออาชีพแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงมุ่งสร้างการปฏิบัติการที่เป็นเลิศของสถานีบริการ บริษัทจึงได้จัดทำมาตรฐานการให้บริการและคู่มือปฏิบัติงานสำหรับการให้บริการที่สถานีบริการ เพื่อควบคุมคุณภาพของการบริการในสถานีบริการ โดยใช้วิธีการตรวจประเมินผลตามมาตรฐานบริการตามระบบ mystery shopper ซึ่งจะดำเนินการทุกเดือน และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่สถานีบริการเพื่อส่งมอบการบริการที่ดีให้กับลูกค้าต่อไป

อีกทั้ง บริษัทมีความมุ่งมั่นในการให้บริการ โดยปลูกฝังถึงการให้บริการ (service Mind) กับผู้แทนขาย และมุ่งเน้นบริการที่ใส่ใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้วยความรวดเร็ว และดูแลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ มีการติดตามลูกค้าหลังจากพบปัญหาและได้รับการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว เพื่อสอบถามความพึงพอใจหลังได้รับการแก้ไขปัญหา เข้าตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำกับลูกค้าแฟรนส์ไชส์ในเรื่องของการควบคุมคุณภาพน้ำมันในสถานีบริการ เพื่อรับประกันว่าน้ำมันที่ส่งมอบให้กับลูกค้ามีคุณภาพสดใหม่อยู่เสมอ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการบริการลูกค้าแฟรสไชส์ โดยให้ผู้จัดการขายเข้ามาอบรมมาตรฐานการบริการ และนำไปถ่ายทอดให้กับลูกค้า เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการที่เหมือนกันทั่วประเทศ อีกทั้ง เพื่อรักษาฐานลูกค้า บริษัทจึงได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการแบ่งเกรดลูกค้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน

บริษัทให้ความสำคัญและเคารพต่อข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า การรักษาความลับและการใช้ข้อมูลภายในถือเป็นข้อกำหนดสำคัญในคู่มือจริยธรรม และจรรยาบรรณธุรกิจ โดยจะต้องเคารพในข้อมูลส่วน บุคคลของลูกค้า ทั้งข้อมูลทางด้านการตลาด การสั่งซื้อและ การให้บริการลูกค้าจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และการเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงโดยบุคคลที่ได้รับสิทธิเท่านั้น ทั้งนี้ หากจะใช้เปิดเผย หรือถ่ายโอนข้อมูล ดังกล่าวไปยังบุคคลอื่น จะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย และจะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลล่วงหน้าอีกด้วย

บริษัทมีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ คือ กลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์ ซึ่งกระบวนการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าดำเนินการโดยหน่วยงานที่เป็นกลาง ด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมกระบวนการเก็บข้อมูลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส และผลการสำรวจความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้าจะนำเสนอต่อผู้บริหารภายใน 1 เดือนหลังได้รับผลสำรวจ ทั้งนี้ หากมีข้อเสนอแนะจากการสำรวจความพึงพอใจที่สามารถนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานจะนำมาวิเคราะห์ และใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแผนการพัฒนาปรับปรุงและแผนการดำเนินงานประจำปี ซึ่งได้แก่ การบริหารจัดการ คุณภาพ การบริการ การส่งมอบสินค้าและบริการ และความปลอดภัย เพื่อให้สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น

จรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริต

บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ด้วยความโปร่งใส และน่าเชื่อถือ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และข้อกำหนดระดับสากล และระดับประเทศเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ รวมทั้งไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งในทางตรง และทางอ้อม โดยในปี 2562 บริษัทได้มีการทบทวนนโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ อาทิ

  • • นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  • • กฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
  • • คู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ
  • • นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืน
  • • แนวปฏิบัติการปฏิบัติตามการติดตามจรรยาบรรณธุรกิจ
  • • นโยบายการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
  • • จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า
  • • แนวปฏิบัติด้านภาษี

บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีคุณธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ขึ้นเมื่อวันที่25 ตุลาคม 2557 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งในทางตรง และทางอ้อม

นอกจากนี้บริษัทได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมกับโครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยได้ร่วมลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์ของแนวร่วมปฏิบัติ ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 และได้รับการต่ออายุการรับรองเข้าป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เมื่อ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่ออายุการรับรองต่อไป และในปี 2561 บริษัทได้สนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัทฯ ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) โดยการส่งหนังสือเชิญให้คู่ค้าเพื่อให้คู่ค้ารับทราบและนำไปปฏิบัติ

ช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

เว็บไซต์บริษัท
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
จดหมายธรรมดา

เลขานุการคณะกรรมการบริษัท

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 90 อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เอ ชั้นที่ 33 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

นวัตกรรม

บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร จึงกำหนดแนวทางจัดการความรู้ผ่านกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continue Improvement) อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม เกิดการค้นพบสินค้า และบริการใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงรูปแบบใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอยู่ตลอดเวลา โดยกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายคุณภาพขององค์กร ที่มุ่งเน้นให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน และเกิดการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมุ่งเน้น “การพัฒนาและปรับเปลี่ยน” โดยเริ่มตั้งแต่การกระตุ้นให้บุคลากรของบริษัทตื่นรู้ และเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต พร้อมร่วมกันออกแบบวิธีการทำงาน วางแผนการสร้างคนสร้างองค์กรให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น แนวคิด Human Centric วิธีทำงานด้วย Design Thinking และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ผ่านการผลักดันของเหล่าผู้บริหารที่มีความเข้าใจ และทัศนคติแบบ Growth Mindset / Outward Mindset ที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เป็นต้น

Design Thinking คือ หนึ่งในกระบวนการสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่พีที โดยมีขั้นตอนเริ่มต้นที่ บริษัทให้ความสำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจ (Empathy) อย่างลึกซึ้งและรอบด้านเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนด้วยมุมมองแบบนวัตกรรมที่สามารถพลิกผันปัญหากลับมาเป็นโอกาสที่พีทีจะสามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Process Innovation

บริษัทได้ส่งเสริมนวัตกรรมด้านกระบวนการใหม่ (Process Innovation) โดยเริ่มต้นจากการให้พนักงานเปลี่ยนแปลงงานของตนเองให้เป็นอัตโนมัติ และนำเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นก้าวแรกสู่การนำเทคโนโลยีมาใช้งานให้มากขึ้นในอนาคต และถือเป็นก้าวแรกในการทำ Digital Transformation ภายในองค์กร โดยมี RPA (Robotic Process Automation) เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อเปลี่ยนBusiness Process ที่เคยมีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติ โดยการแปลงกระบวนการการทำงานซ้ำๆ ที่มีอยู่เดิมให้เป็นอัตโนมัติเพื่อลดภาระการทำงานของพนักงาน และลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

กิจกรรมไคเซ็น (Kaizen)

บริษัทได้ส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมประกวด Thailand Kaizen Award ประจำปี 2562 ทำให้ผลงาน “เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร Stock น้ำมันเครื่องที่คลังและสถานีบริการ” ซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือ ของฝ่ายปฏิบัติการคลัง ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับรางวัล “Golden Award” จากการเข้าประกวดในประเภท Service Kaizen และผลงาน “ลดความเสี่ยงที่เกิดจากการยกเกียร์รถบรรทุก” ซึ่งเป็นผลงานจากฝ่ายโลจิสติกส์น้ำมันได้รับรางวัล “Silver Award” จากการเข้าประกวดในประเภท Genba Kaizen ซึ่งนับว่าเป็นการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดของบริษัท โดยผลงานที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ จะถูกนำมาพัฒนาการบริหารงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งนี้บริษัท จะไม่หยุดพัฒนาศักยภาพของพนักงานและบริษัท เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Service Innovation

บริษัทมุ่งหวังที่จะส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ผ่านการรับรู้และเข้าใจถึงความต้องการและการใช้ชีวิตของลูกค้าที่เป็น คนขับรถบรรทุก หรือรถขนส่ง จากการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน PT ในการส่งเสริมนวัตกรรมด้านบริการรูปแบบใหม่ (Service Innovation) จึงทำให้เกิด PT MAX CAMP ต้นแบบที่พักรถครบวงจรแห่งแรกในไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นำไปสู่ศูนย์รวมของสังคมใหม่ๆของผู้ที่ขับรถทางไกล หรือ ขับรถมาคนเดียว สามารถเข้ามาแวะพักผ่อนเพื่อใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีทั้งหมด 11 สาขาทั่วประเทศ

Business Innovation

ตลอดปี 2562 เราได้เริ่มต้นทำการค้นหาและทำความเข้าใจปัญหา รวมถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าและสังคมในหลากหลายมิติ โดยได้มีการจัดตั้งส่วนงาน Business Innovation and Incubation ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนวัตกรรมโดยเฉพาะ เพิ่มเติมจากที่ทุกส่วนงานในองค์กรที่ได้มีการพัฒนากระบวนการทำงาน สินค้าและบริการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยบุคลากรทุกคนในส่วนงาน Business Innovation and Incubation จะได้รับการฝึกอบรบและผ่านหลักสูตร Design Thinking จาก d.school มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการเสริมสร้างกระบวนการคิดและการทำงาน ในเชิงนวัตกรรม

โครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร

บริษัทได้ส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบใหม่ (Business Model Innovation) โดยขยายการดำเนินงานไปสู่ธุรกิจพลังงานอื่นๆ โดยบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท ท่าฉางสวนปาล์มนํ้ามันอุตสาหกรรvม จำกัด และบริษัทอาร์ ดี เกษตร พัฒนา จำกัด ผู้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันรายใหญ่ จัดตั้ง บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (PPP) เพื่อดำเนินโครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร หรือที่เรียกว่า ปาล์มคอมเพล็กซ์ (Palm Complex )

โดยดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกในประเทศไทยที่รวมการผลิตทุกขั้นตอนไว้ในที่เดียวกัน ตั้งแต่การหีบผลปาล์มสดจนถึงการได้ผลิตภัณฑ์เป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้ผสมในน้ำมันดีเซล และน้ำมันโอลีอีน (Olein Cooking Oil) เพื่อการบริโภค ภายใต้แนวคิดการผลิตแบบ Zero Waste ที่สามารถนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และการบูรณาการเพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเท่ากับ 450,000 ลิตร ต่อวัน และกำลังการผลิตน้ำมันพืช 200,000 ลิตร ต่อวัน โดยไบโอดีเซล B100 ที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยบริษัทมีการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของบริษัท

ซึ่งในปี 2562 โครงการนี้ได้เริ่มกระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ร้อยละ 92 และคาดว่าจะสามารถผลิตได้เต็มกำลังในปี 2563

บริษัทมีรายได้จากการจำหน่าย B100 ให้กับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ เพื่อเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซล ช่วยลดต้นทุนการผลิตน้ำมันดีเซล เพิ่มศักยภาพในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ลดการสูญเสียของเหลวระหว่างการขนส่ง และกระจายรายได้สู่ชุมชน (ซื้อ CPO จากโรงหีบใกล้เคียง) ช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกร โดยในปี 2562 บริษัทได้ดำเนินการรับซื้อปาล์มทะลายสด  (FFB: Fresh Fruit. Bunch) จากเกษตรกรเป็นจำนวน 295,434.34 ตัน

นอกจากนี้ยังสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่เป็นพลังงานสะอาดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษในอากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งยังเป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการจะทำให้ผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล และโอลีอินที่ได้ มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานยุโรป

Loading...