ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมองค์กร

พีทีจี ผนวกระบบมาตรฐานแบบบูรณาการ (Integrated Management System) ทั้ง 3 ระบบเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า “ระบบการจัดการ” ตามมาตรฐาน ISO 9001: 2015 Quality Management Systems (มอก. 9001-2559), ISO 14001: 2015: Environmental Management Systems (มอก.14001-2559) และ ISO 45001: 2018 Occupational Health and Safety Management Systems (มอก. 45001-2561) อีกทั้ง บริษัทยังกำหนดนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (Quality, Security, Occupational Health and Safety, Environmental Policy: QSSHE) เพื่อดูแลควบคุมกระบวนการปฏิบัติงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ ครอบคลุมการปรับปรุงการให้บริการและการเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) รวมถึงจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้าน QSSHE ขององค์กร โดยนโยบายฯ และระบบจัดการของบริษัทใช้ป้องกันผลกระทบและควบคุมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยครอบคลุมพนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมาทุกคนที่ร่วมปฏิบัติงานกับบริษัทในทุก ๆ สถานปฏิบัติการของบริษัท

โครงสร้างการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมองค์กร

พีทีจี ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของพนักงานทุกระดับผ่านคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) โดยบริษัทจัดตั้งคณะกรรมการฯ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ครอบคลุมการพิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยนอกงาน พร้อมทั้งเสนอแนะมาตรการ หรือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อลดการเจ็บป่วยและการสูญเสียของพนักงาน และผู้รับเหมา

การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

- การระบุอันตราย (Hazard identification)
พีทีจี ได้จัดทำกระบวนการเพื่อระบุอันตรายที่มีในระบบการจัดการ โดยกระบวนการนี้บริษัทได้พิจารณาถึง วิธีการปฏิบัติงาน ปัจจัยทางสังคม การได้รับผลกระทบเชิงลบจากการร่วมเป็นที่ปรึกษา ภาวะผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร กิจกรรมและสถานการณ์แบบประจำหรือไม่ประจำ รวมถึงอันตรายที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐาน วัสดุอุปกรณ์ เป็นต้น โดยฝ่ายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมได้นำผลการบ่งชี้อันตรายมาปรับใช้ และปรับปรุงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่หรือกลุ่มธุรกิจ และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยง สำหรับระดับความเสี่ยงปานกลางขึ้นไป และแผนปฏิบัติการลดความเสี่ยง สำหรับความเสี่ยงสูงขึ้นไป เช่น การปรับปรุงระบบดับเพลิงคลังน้ำมัน การปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บขยะอันตราย การกำหนดการตรวจสอบความปลอดภัยในสถานีบริการน้ำมันและแก๊ส LPG ร้านสะดวกซื้อ Max Mart และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ในรูปแบบออนไลน์ เป็นต้น

- การรายงานเกี่ยวกับอันตรายและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
พีทีจี กำหนดให้พนักงานที่พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อันตรายติดต่อหรือแจ้งไปยังหัวหน้างานให้รับทราบทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยหัวหน้างานต้องทำการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นให้รับทราบผ่านช่องทางโทรศัพท์ e-mail หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อได้ เมื่อได้รับแจ้งข้อมูล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะนัดประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนร่วมกัน เพื่อบ่งชี้สาเหตุของอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางการแก้ไขและป้องกัน นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดนโยบายหยุดการทำงาน (Stop Work Policy) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับและผู้รับเหมาหยุดการปฏิบัติงานทันที เมื่อพบว่ามีสภาพการทำงานและการกระทำที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมองค์กร

- การตรวจสอบและอบรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานีบริการ
- การจัดทำและสื่อสารข้อกําหนดด้านความปลอดภัยในการคัดเลือกผู้รับเหมา และการปฏิบัติงาน
- การป้องกันผลกระทบและอันตรายจากการดำเนินธุรกิจต่อชุมชนผ่านการจัดทำประชาพิจารณ์ และการควบคุมการก่อสร้างเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยระหว่างการจัดตั้งสถานีบริการ

สถิติด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการดำเนินงานเพื่อบรรเทาผลกระทบ

Loading...