นวัตกรรมเพื่อธุรกิจและสังคม

พีทีจี จัดตั้งสายงาน Office of Transformation and Innovation เพื่อดําเนินงานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านธุรกิจและบริการ รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านกระบวนการทำงานให้แก่องค์กร โดยโครงการนวัตกรรมทุกโครงการจะถูกพัฒนาขึ้นภายใต้เป้าประสงค์เดียวกัน คือ “การสร้างความอยู่ดีมีสุข” ให้กับลูกค้า คู่ค้า สังคม และพนักงาน ภายใต้แนวทางของกลยุทธ์ (Strategy Theme) โดยสิ่งเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการตั้งแต่การคิดริ่เริ่ม การพิจารณาอนุมัติโครงการ จนถึงการสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ให้กับโครงการเหล่านั้นให้สามารถดำเนินไปได้

แนวทางของกลยุทธ์ (Strategy Theme)

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะขยายการทำกิจกรรมเพื่อที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมไคเซ็น (KAIZEN) เพื่อส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมกระบวนการเพื่อพัฒนาการทำงานภายในองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอก โดยบริษัทมุ่งหล่อหลอมให้พนักงานเป็น KAIZEN Leader คือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยนโยบายกิจกรรม Think Big Do Best ซึ่งประกอบไปด้วย 5 เรื่องคือ

1. ส่งเสริม "PTG อยู่ดี มีสุข" โดยมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง อย่างยั่งยืน และพลิกสถานการณ์ COVID-19 ให้เป็นโอกาส
2. บรรลุเป้าหมายของฝ่ายงานและส่วนงาน ตามที่ได้รับมอบหมาย
3. ปรับปรุงกระบวนการ Supply Chain ภายในให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการให้หมดไป
4. สร้างวัฒนธรรม การปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องในองค์กรตามแนวทาง Do Your BEST
5. สร้างทีมคณะกรรมการและคณะทำงาน เพื่อส่งเสริมการดำเนินการกิจกรรมไคเซ็นอย่างต่อเนื่องทุกปี

สำหรับขั้นตอนการคิดค้นนวัตกรรมกระบวนการภายใต้กิจกรรม KAIZEN นี้ พนักงานจะต้องเสนอแนวคิดการปรับปรุงกระบวนการที่แปลกใหม่ และให้สอดคล้องกับเกณฑ์การดำเนินงานในโซ่อุปทาน SCOR Model 5 ด้าน คือ Safety, Quality, Productivity, Cost และ Service โดยพนักงานจะต้องมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อทำการตัดสินและลงมือปฏิบัติต่อไป โดยบริษัทคาดหวังว่าจะมีการขยายผลการดำเนินงานของนวัตกรรมต่าง ๆ ครอบคลุมทุกพื้นที่การให้บริการของ พีทีจี เพื่อตอกย้ำความพยายามของบริษัทในการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม

การส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรม

พีทีจี ได้ส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรมของบุคลากรในองค์กร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและพนักงาน แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้มีการพัฒนาความรู้ด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องให้กับพนักงานในฝ่ายงาน Transformation และพนักงานภายนอกฝ่ายงานในหลากหลายระดับ โดยออกเเบบเป็นโครงการพัฒนาบุคลากรทั้งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนในห้องเรียนและการลงมือปฏิบัติจริงผ่านโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากองค์กร Start up และสถาบันต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นผู้คอยแนะนำให้ความรู้ นอกจากนี้ บริษัทยังจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ด้านนวัตกรรม โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากการส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรม

โครงการสำคัญ (Highlight Project)

โครงการประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

วัตถุประสงค์

เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายในองค์กรและลดค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำที่สถานีบริการน้ำมัน จากการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ริเริ่มโดยพนักงานสถานีบริการ PT โดยยึดหลักการ 3R – Reduce, Reuse, Recycle

แนวทางการดำเนินงาน

เนื่องสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารของพีทีจี มีปริมาณการใช้น้ำอยู่ในปริมาณมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ได้นำกลับมาใช้ใหม่ จึงได้มีการคิดค้นเครื่องกรองน้ำที่มีกลไกลการขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และมีประสิทธิภาพในการกรองหรือ รีไซเคิลน้ำล้างมือให้กลับมาสะอาด และสามารถนำมาหมุนเวียนใช้ในการรดน้ำต้นไม้ และภายในห้องน้ำที่สถานีบริการอีกครั้ง ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำประปาจากปริมาณการใช้น้ำที่ลดลง

ผลการดำเนินงาน

สืบเนื่องจากปี 2563 พีทีจีได้ทำการทดลองใช้เครื่องกรองน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่สถานีบริการน้ำมัน สาขามโนรมย์ จังหวัดชัยนาท พบว่าก่อนการดำเนินการมีค่าใช้จ่ายน้ำประปาจำนวน 6,090.08 บาทต่อปี และหลังดำเนินการ สามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาจำนวน 870 บาทต่อปี ดังนั้น ในปี 2564 พีทีจี จึงได้ขยายผลโครงการไปยังสถานีบริการวังน้อย 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพบว่าสามารถนําน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 3,564 ลูกบากศ์เมตรต่อปี หรือ 297 ลูกบากศ์เมตรต่อเดือน นอกจากนี้ ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของสถานีบริการได้ประมาณ 8,910 บาทต่อเดือน หรือ 106,920 บาทต่อปี

Loading...